_______เมื่อวานนั่งชมการถ่ายทอดสด สนทนาแบบพายเรือในอ่างอุตสานั่งฟังจนจบ สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไรเช่นเดิม ขณะนั่งชมผมกับรู้สึกว่ามุมกล้องและการถ่ายทอดมันคล้ายกับการดู AF ดูมันจะ reality แต่จับน้ำเสียงและแววตาดูเหมือนว่าต่างคนต่างมีนัยซ่อนอยู่  ความแตกต่างกันตรงที่หน้าตาของแต่ละท่านมันไม่ได้ยิ้มแย้มหรือแสดงออกถึงการมีความสุข มากไปกว่านั้นทุกคนต่างแย่งกันพูด แข่งกันแสดงความเชื่อของตนเอง ฝ่ายเสื้อแดงหนักหน่อยแย่งกันพูดเองแถมไม่ฟังกันอีก ซ้ำหลายยังไปพาดพิงถึงคนอื่น สีอื่น แทนที่จะสมานฉันเดี่ยวก็กลายเป็นการจุดประเด็น จุดชนวนความขัดแย้งขึ้นมาอีก

_______ผมเองชอบที่นายกพูดถึงเรื่องการทำประชามติการยุบสภา เพราะผมไม่เชื่อว่าคนหลายสิบล้านคนอยากให้ยุบสภาตามที่เสื้อแดงว่า ในเมื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอยากให้ประชาชนตัดสิน ก็น่าจะยอมรับการทำประชามติ เอาเรื่องประเด็นการยุบสภานี้แหละเป็นตัวแบบ ผมว่ามันง่ายกว่าจะไปถึงเรื่องแก้รัฐมนูญอีก และเป็นตัวแทนของความมีประชาธิปไตยในบ้านเมืองเราได้อีก ถ้าผลออกมาประชาชนลงคะแนนให้ยุบสภา รัฐบาลก็ยุบมันทันทีเลยไม่มีข้อเรียกร้อง ถ้าผลออกมาประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยุบสภา นักประชาธิปไตยตัวแม่ที่ออกมาสาดเหลือด ปิดถนนประท้วงเดินขบวนก็น่าจะต้องกลับไป เพราะผลมันออกมาว่าตนก็เป็นคนส่วนน้อยในประเทศ ควรยอมรับในการเป็นคนส่วนน้อย ข้อดีของการทดลองทำประชามติก็คือเป็นการฟังเสียงประชาชน ที่น่าจะไม่มีผลประโยชน์ในการจูงใจให้ทุจริตน้อยกว่าการเลือกตั้ง ผมเองยังงงก็บตรรกะของฝ่ายเสื้อแดงที่ด่าว่าองค์กรต่างๆว่ามาจากทหาร มาจากอมาตย์ แต่สุดท้ายองค์กรเหล่านั้นก็ต้องมามีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้ง ทั้ง กกต. หรือ ศาลในกรณีที่มีการร้องเรียนและทำผิด และถ้าเกิดปัญหาทางเทคนิคหรือฝ่าย สส. ตนเองทำผิดและโดนลงโทษ มีหรือที่จะไม่หาข้ออ้างออกพาพลพรรคไพร่แดงมาประท้วงขับไล่อมาตย์กันอีกหรือ มันก็เท่ากับการพายเรือในอ่างอยู่ดี ในเมื่อปัญหาไม่ได้ถูกนำมาแก้ไขอย่างจริงๆ การออกมาบอกให้รัฐบาลยุบสภามันก็เป็นแค่เกมส์ที่แข่งกันเพื่อแพ้ชนะเท่านั้น คำพูดบวกข้ออ้างที่นำมาหาแนวร่วมมันก็เกิดขึ้นได้แบบไม่มีสิ้นสุด ถ้าจะแก้จริงๆผมว่าน่าจะนำตัวแทนของคนจน คนที่มีอุดมการมาร่วมสนทนา เสวนาแบบเปิดใจ นำปัญหาที่รู้สึกไม่เป็นธรรมมาถกกัน น่าจะดีกว่าเพราะมันน่าจะดูจริงใจและตรงไปตรงมามากกว่าและไม่มั่วขุดเอาเรื่องเก่า มาเล่าใหม่อีกครับ