เมื่อสัปดาห์ก่อนผมมีโอกาสไปร่วมงาน International Conference Geoinfomatic technology for national disaster management งานนี้เป็นอีกงานที่พูดถึงการนำเทคโนโลยี Geoinfomatic เช่น GIS&RS&GPS&Photogrametry&LIDAR และอื่นๆมาใช้ในการรับมือและจัดการกับภัยพิบัติ มีนักวิจัยและหน่วยงานในหลายชาติมาพูดถึงการรับมือภัยพิบัติ มีหลายโปรเจคที่น่าสนใจงานนี้ผมมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนระบบ พบว่าเทรนด์ของการนำ GIS ไปใช้ในการวางแผนและจัดการภัยพิบัติมีมากขึ้นแต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนจากหลายชาติสรุปตรงกันคือ การขาดข้อมูลที่ทันสมัย รวมไปถึงปัญหาเรื่องการนำข้อมูลจากหลายๆหน่วยงานมาใช้ร่วมกัน

                  อีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตุได้ก็คือ หลายๆประเทศโดยเฉพาะในแถบยุโรป ค่อนข้างตะหนักถึงเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดภัยพิบัติมาก โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรน้ำ การจัดการน้ำดูจะเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งการป้องกันเรื่องน้ำแล้งและน้ำท่วม แต่พอย้อนมองกับมาดูบ้านเราก็พบว่ายังต้องทำอะไรกันอีกมาก เพราะแล้งก็แล้งจัด น้ำท่วมก็ท่วมหนัก บ้านผมเองอยู่ใกล้แม่น้ำ น้ำก็ท่วมทุกปี ท่วมซ้ำซากจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่เชื่อผมเถอะว่าถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากถูกน้ำล้อมรอบ บ้านเป็นเวลาหลายๆสัปดาห์มันไม่ใช่เรื่องสนุกเลย ขณะที่ภาคกลางบางส่วนน้ำท่วม ในปีเดียวกันภาคอีสานและภาคตะวันออกก็ต้องมีเรื่องขัดแย้งกันเพื่อแย่งชิงน้ำ ผมเคยอ่านเจอบทความหนึ่งใน NG ที่พูดเรื่องการจัดการน้ำของประเทศยุโรป โดยเค้าจ้างประชาชนในชนบทปลูกต้นไม้ โดยให้เป็นค่าดูแลรายปีที่สมน้ำสมเนื้อกับการดูแล จากนั้นก็นำต้นทุนนี้มาบวกกับค่าน้ำประปา เช่นอาจจะเพิ่มอีก 5 บาท/หน่วย แล้วนำ 5 บาทนั้นไปจ่ายให้กับชาวบ้านที่ปลูกป่า ปลูกต้นไม้ในโครงการ มีเงินหมุนเวียนในชนบท คนก็เข้ามาทำงานในเมืองหน่วยลง เกษตรกรสามารถนำเงินส่วนนี้มาหมุนลงทุนในภาคเกษตรได้ หรืออาจจะนำต้นไม้ที่ตัวเองมีเป็นสินทรัพย์ในการลงทุนหรือกู้ยืมได้อีกด้วย ส่วนคนในเมืองก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำใช้เพราะป่าถูกทำลายหมดและเป็นผลดี สำหรับสิ่งแวดล้อม มีป่ามาก น้ำก็มากไม่แล้ว รากไม้ต้นไม้ช่วยเรื่องการฝังทะลายของดิน ช่วยอุ้มน้ำเมื่อฝนตกมาน้ำก็ไม่ไหลลงมาที่ราบหมด ส่วนประเทศก็จะมี Carbon credit สูงขึ้น แต่สิ่งพูดมาก็เริ่งเป็นจริงบางส่วนแล้วครับในเรื่องของธนาคารต้นไม้ ส่วนเรื่องอื่นดูแล้วยังห่างไกล

                 เขียนมาซะยาวจริงๆตั้งใจจะมาเล่าถึงโปรเจค JGrass ที่เป็น opensource software ที่ทำงานด้าน Hydrological Modeling บนระบบ GIS  ตัว JGrass เป็นโมดูลที่ทำงานบน UDIG Framework ซึ่งท่านที่มีการติดตั้ง uDig แล้วก็สามารถติดตั้ง plug-in ของ JGRASS เพิ่มเติมได้เลย JGRASS พัฒนาด้วยภาษา java โดยมีการนำ algoritm บางส่วนที่เกี่ยวกับ hydrology และ Raster analysis ใน GRASS มาใช้และมีการพัฒนาต่อ ซอฟท์แวร์ตัวนี้ดำเนินการและบำรุงรักษาโดย HydroloGIS สำหรับท่านที่สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดและใช้ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jgrass.org/