O’Reilly Where 2012 Conference

ปีนี้งาน O’Reilly Where 2012 Conference จัดที่ San Francisco มีเทคโนโลยีด้าน ภูมิสารสนเทศขั้นสูง มากมายหลายตัวมาแสดง โดยเฉพาะงานนี้ Google และบริษัทขั้นนำด้านนี้นำ เทคโนโลยีใหม่ๆที่ผนวกเอาข้อมูลเชิงตำแหน่ง ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมาสาธิต

สำหรับ Google ที่เรียกเสียงหือหาได้ไม่น้อยก็คงจะเป็น Project Glass video ที่เริ่มทำการทดสอบจริงแล้วเป็น AR อีกรูปแบบที่น่าสนใจและนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิต ได้เป็นอย่างดี

อ่านเพิ่มเติม

Disaster management with GeoWeb 2.0 part II

______ต่อตอนที่สองสืบเนื่องจากส่วนแรกที่พูดถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GeoWeb กับงานจัดการภัยพิบัติ(Disaster management) สองหัวข้อแรกผมเขียนไปถึงเรื่องของการป้องกัน, การเตรียมการรับมือ ในส่วนที่สองจะเขียนถึงเรื่องการจัดการขณะเกิดเหตุและการประสานงานขณะการเกิดเหตุภัยพิบัติ

3. GeoWeb Collaborative Framework

______GeoWeb Collaborative Framework เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์หรือ Framework model ที่ใช้ในการประสานงานของระบบ และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อใช้ในเรื่องการให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนการประเมินความเสียหาย โดยหลายโปรเจคพัฒนาขึ้นจากการเกิดภัยพิบัติจริงและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการได้ทดลองใชงานจริงในเหตุภัยพิบัติสำคัญของโลกเช่น พายุนากิสที่พม่า, แผ่นดินไหวที่เฮติ,เฮริเคนแคนทารินาที่อเมริกา รวมไปถึงเหตุการณ์อื่นๆที่เกิดรอบโลก

- Ushahidi :crowdsource crisis information

______Ushahidi เป็นโครงการที่พัฒนากรอบความคิดที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจากพื้นที่ แสดงผลข้อมูล รายงานสถานการณ์ รวมถึงการแจ้งเตือน เพื่อใช้ในการวางแผนและประสานงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยใน framework ก็จะประกอบด้วยซอฟต์แวร์ย่อยต่างๆทั้งรูปแบบ web application และ mobile application โดยเป้าหมายหลักเพื่อการบรรเทาและจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลรายงานความเสียหายและการประสานงาน ผู้ใช้สามารถ setup ระบบขึ้นมาได้ทันทีโดยใช้ซอฟต์แวร์ของ Ushahidi ซึ่งมีโมดูลของระบบ interactive Map แบบ web application เพื่อแสดงผลและระบุตำแหน่งความรุนแรงจากการได้รับผลกระทบในรูปแบบแผนที่ ท่านสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ได้ที่ http://github.com/ushahidi/Ushahidi_Web/downloads หรืออ่าน review ได้ http://emap.wordpress.com/2010/07/28/good-map-on-line/

ตัวอย่างระบบที่ใช้ใน hati เพื่อจัดการกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว( http://haiti.ushahidi.com/ )

ระบบจัดการภัยพิบัติจากการรั่วไหลของน้ำมันที่อ่าวเม็กซิโก (http://oilspill.labucketbrigade.org/)

- Sahana

______Sahana เป็น Open Source Disaster Management system แบบเต็มตัวพัฒนามาจาก หลังการเกิดเหตุการณ์ซึนามิมีการนำไปใช้ในการจัดการภัยพิบัติในประเทศต่างๆ เช่น Tsunami – Sri Lanka 2005 ,Yogjarkata Earthquake – Indonesia 2006 เป็นต้น ความสามารถในการจัดการข้อมูล รายงานสภาพความเสียหาย การแบ่งกลุ่มหน้าที่การทำการ ติดต่อประสานงาน รวมถึงความสามารถในการแสดงผลข้อมูลบนรูปแบบแผนที่ โดยปัจจุบันมีหลายประเทศที่นำระบบนี้ไปใช้งาน สามารถเข้าไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ได้ที่ http://www.sahanafoundation.org/

- OpenCare

______OpenCARE เป็นโครงข่ายที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับข้อมูลการแจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการแจ้งเตือนภัยและสามารถเชื่อมโยงกันได้ในทุกๆ ระดับ ตั้งแต่หน่วยงานราชการระดับประเทศไปจนถึงระดับประชาชน ความสามารถในการแจ้งเตือนเหตุ การประสานงานระหว่างหน่วยงาน ไม่ยึดติดกับรูปแบบหรือ platform ของระบบ โดยใช้โปรโตคอลมาตรฐาน Emergency Data Exchange Language (EDXL) รองรับการนำเข้าและส่งออกข้อมูลแบบข้ามรูปแบบการจัดเก็บบนฐานข้อมูลชนิดต่างๆ และมี SMS plugin สำหรับการแปลง EDXL สู้การแจ้งเตือนแบบข้อความสั้น SMS  สามารถเข้าร่วม http://www.opencare.org

-Mapchat

_______ Mapchat เป็นกรอบความคิดของการทำงานร่วมกันแบบต่างที่ ต่างหน่วยงานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในรูปแบบการปนะชุมทางไกล โดยมีการใช้ interactive map เป็นเครื่องมือในการวางแผน ในรูปแบบ real-time synchronize เพื่อรองรับการทำงานร่วมกัน โดยพัฒนาช่องทางการสนทนา chat ผ่านอินเตอร์เน็ต ร่วมกับการแสดงข้อมูลแผนที่และข้อมูลเชิงตำแหน่งในกลุ่มสนทนา ปัจจุบันมีการนำไปใช้ในการวางแผนร่วมกันในการรับมือเหตุการณ์หรือการวางแผนแก้ปัญหาแบบการประชุมทางไกล โดยซอฟต์แวร์พัฒนาต่อยอดจากโปรแกรม opensource gis เช่น UMN Mapserver, ka-Map และเก็บข้อมูลบน Postgresql สามารถเข้าไปดาวน์โหลดและนำมาใช้งานได้ที่ http://mapchat.ca/

ตัวอย่างหน้าต่างต้อนรับ

การสนทนาผ่าน Chat Tools รวมถึงการ sync หน้าจอแผนที่และ feature บนแผนที่ เพื่อใช้ในการนำเสนอแผนงานแก่ผู้ร่วมประชุม

Disaster management with GeoWeb 2.0 part I

_____ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติมันกลายเป็นเรื่องที่ขยับเข้าใกล้มนุษย์ขึ้นทุกวัน ในรอบปีถ้าติดตามข่าวจะทราบว่ามีการเกิดภัยพิบัติรอบโลกอยู่ตลอดเวลา ช่วงนี้เกิดน้ำท่วม ดินถล่มในปากีสถาน จีน ยุโรป และเกิดคลื่นความร้อนในยุโรป รวมถึงไฟป่าในรัสเซีย อื่นๆอีกมากมาย ผลคงเกิดจากการที่มนุษย์ทำร้ายธรรมชาติจนสมดุลของธรรมชาติสูญเสียไป ผลเสียจึงตกสู่มนุษย์นั้นเอง สภาพอากาศแปรปรวน ก่อให้เกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติ เช่น อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม ที่มีความรุนแรงมากขึ้นตราบใดที่ธรรมชาติยังถูกทำลายเพื่อแลกมาซึ่งความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ สิ่งที่ทุกประเทศสามารถร่วมกันทำได้คือ การลดการทำลายสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเตรียมรับมือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

______ถ้าพูดไปถึงเรื่องของการจัดการภัยพิบัติ(Disaster Management) เลยอดนึกถึงการนำเอาเทคโนโลยี Web 2.0 มาใช้ไม่ได้ โดยนำข้อเด่นเรื่องการแบ่งบันและเข้าถึงข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงการผสานเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อใช้ในการจัดการภัยพิบัติ วันนี้ผมจะมา review ซอฟต์แวร์ กรอบความคิด มาตรฐานและสถาปัตยกรรมของระบบ ที่เกี่ยวข้องกับ GeoWeb ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการภัยพิบัติ ครอบคลุมกระบวนการหลักของการจัดการภัยพิบัติ ได้แก่ การป้องกัน, การเตรียมการรับมือ, การอพยพและช่วยเหลือ,การประเมินความเสียหาย และการบูรณะฟื้นฟู

1. Sensor Web Enablement

______Sensor Web Enablement เป็นกรอบความคิดการเข้าถึงและการบูรณาการระบบตรวจวัดเข้าด้วยกันผ่าน web technology แก้ปัญหาเรื่องของการทำงานร่วมกันของระบบ ตรวจวัด (Sensor) เนื่องจากเรามีระบบตรวจวัดที่มากมาย แต่ก็มีความแตกต่างกันไปตามโมเดลของเครื่องมือ รวมไปถึงหน่วยงานที่ดูแล การมีกรอบความคิดนี้เพื่อสร้างมาตรฐานที่ครอบคลุมปฏิบัติการของระบบตัววัดให้สามารถทำงานร่วมกัน และบูรณาการเข้าสู่ระบบสารสนเทศเพื่อให้เกิดการต่อยอดได้ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านภัยพิบัติระบบป้องกันและเฝ้าระวังได้ การบูรณาการระบบตรวจวัดรวมตั้งแต่ประเภท in-situ sensor และ satellite observation sensor เช่น MSAT,MODIS,TRMM ที่ทำการตรวจวัดข้อมูลวิทยาศาสตร์ของโลกแบบมาตรส่วนเล็กแต่ครอบคลุมพื้นที่กว้างและยากต่อการเข้าถึง เช่น ข้อมูลความร้อนผิวดิน,ข้อมูลความเร็วและทิศทางลม ,ข้อมูลความชื้นในดิน,ข้อมูลอุณหภูมิ ,ข้อมูลปริมาณน้ำฝน เป็นต้น

ตัวอย่าง insitu sensor

ตัวอย่าง TRMM แสดงปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายวัน

_______ Sensor Web Enablement ประกอบด้วยมาตรฐานต่างๆภายใต้ความร่วมมือของ OGC, OASIS, IEEE, ISO เช่น Sensor Observation Service, SensorML,Sensor Planning Service, Sensor Alert Service เป็นต้น ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์ Opensource GIS ที่รองรับและสนับสนุนการทำงานบนกรอบความคิดนี้เช่น 52north,UMN Mapserver โดยการบูรณาการข้อมูลตรวจวัดจากหลายแหล่งสามารถนำมาสร้างระบบเตือนภัย(Warning System) และระบบติดตามเฝ้าระวังการเกิดภัยพิบัติได้

2. Spatial SMS Report

_____Spatial SMS Report เป็นระบบรายงานข้อมูลเชิงตำแหน่ง รวมกับข้อมูลรายละเอียดผ่านทาง ข้อความสั้น SMS บนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ GSM เป็นวิถีการที่สะดวกในการเข้าถึงข้อมูลจากพื้นที่ ประกอบกับปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือมีการผนวกรวม GPS ซึ่งเป็นเครื่องมือในการระบุตำแหน่ง ดังนั้นหลายระบบที่ทำเรื่องการสำรวจหรือเก็บข้อมูลสนามด้วยมนุษย์จึงนำความสามารถนี้มาใช้ โดยการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ที่สามารถทำงานบนโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูล และดำเนินการส่งข้อมูลผ่านทางข้อความสั้น SMS ไปยังแม่ข่าย

- GeoChat

_____ระบบการติดต่อสื่อสารและรายงานข้อมูลแบบกลุ่มผ่าน SMS ,email,twitter โดยผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลตำแหน่งและข้อมูลรายงานสถานะการณ์ผ่านรูปแบบคำสั่งบนข้อความสั้น (SMS) เข้ามายังส่วนกลางและเผยแพร่ข้อมูลไปยังเพื่อนหรือสมาชิกในกลุ่มได้ ข้อมูลจะสามารถแสดงผลในรูปแบบแผนที่ รองรับรูปแบบการเผยแพร่ข้อมูลเชิงตำแหน่งแบบ GeoRss และ KML รวมถึงการเผยแพร่ในรูปแบบรายงานและส่งไปยัง social network ได้การระบุตำแหน่งทำได้ผ่าน GPS,Geolocation API หรือผ่านการระบุ Geocode name เมืองไทยมีการใช้ในการรายงานข้อมูลบนระบบเตือนภัยควบคุมโรค ของกระทรวงสาธารณสุข โดย openchat เป็น opensource project ท่านสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อนำมาพัฒนาระบบเตือนภัยได้จาก http://code.google.com/p/geochat/

-GeoSMS

_____GeoSMS เป็นโปรโตคอลมาตรฐานของ OGC สำหรับการรับ ส่งข้อมูลตำแหน่งในรูปแบบการเข้ารหัส บนบริการข้อความสั้น(Short message Service ) SMS ผ่านมือถือ เพื่อใช้รายงานข้อมูลตำแหน่ง ณ เวลาต่างๆ ร่วมกับข้อมูลเชิงบรรยาย โดยโปรโตคอลมาตรฐานนี้ช่วยเรื่องการรับส่งข้อมูลตำแหน่งบน SMS ซึ่งไม่ยึดติดกับ platform ของมือถือทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการส่งข้อมูลได้ผ่านมือถือทุกยี่ห้อ ตัวอย่างสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานเฝ้าระวังและติดตาม โดยผู้ใช้ส่งข้อมูลและตำแหน่งผ่าน SMS เช่นการให้ผู้ใช้อ่านข้อมูลระดับน้ำจากไม้วัดระดับน้ำ หรืออ่านค่าปริมาณน้ำฝนจากกระบอกตวง แล้วรายงานผ่านผ่าน SMS มายัง SMS Server Gateway เพื่อทำการประมวลผลในรูปแบบรายงาน กราฟและค่าสถิติ รวมถึงการวิเคราะห์เชิงตำแหน่งต่อไป ศึกษารายละเอียดได้ที่ http://www.opengeospatial.org/pressroom/pressreleases/1251


ตัวอย่าง โปรโตคอล GeoSMS

GeoSMS/Version Num;Latitude;Longitude;Format Type;Data Section

GeoSMS/2;2504.8015,N;12133.9766,E;B;

หรือ

GeoSMS/2;2230.978,N;12123.566,E;E;TOWING_SERVICE

ตัวอย่างข้อมูลตำแหน่งและข้อมูลบรรยายสามารถนำข้อมูลมาสร้างเป็นระบบเฝ้าระวังได้

_____ยังมีต่อนะครับ ตอนต่อไปจะมาพูดถึงเทคโนโลยีที่สามารถนำมาใช้ในการจัดการและรับมือกับภัยพิบัติต่อไป เช่น ระบบเก็บข้อมูลสนาม ,Opendatakit, Open WebGIS Framework และ Volunteer Map (OSM)


Learn More

________ส่วนตัวผมเองเป็นคนที่ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอด ยิ่งเป็นอะไรที่ชอบผมมักสนุกที่จะเข้าไปเรียนรู้และลงมือทำ มันเป็นความชอบส่วนตัวที่ไม่ต้องมีอะไรมาจูงใจมากเป็นพิเศษหรือไม่ต้องมีใครมาบังคับให้ทำ พอเรียนรู้และลงมือทำจนเข้าใจประโยชน์ที่ได้กลับมาก็จะย้อนเข้ามาหาตัวเราเอง ผมชอบใช้เวลาตอนเช้าสองสามชั่วโมงในการท่องอินเตอร์เน็ตเข้าไปตอบคำถามในบอร์ดและ mailing list รวมถึงการอ่าน feed จากเว็บต่างๆที่ติดตาม มันทำให้ผมได้เห็นและเรียนรู้อะไรสนุกๆเยอะเลย ผมเองยังเชื่อเสมอว่าคนยุคหน้าต้องเก่งกว่าคนยุคปัจจุบันมาก เพราะการพัฒนาของเทคโนโลยีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมันทำให้เราสามารถเชื่อมโลกให้แคบและติดกันได้คงจะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงมากกว่าปัจจุบัน ทำให้สามารถเข้าไปร่วมกิจกรรม หรือร่วมงานสัมนาใหญ่ๆได้ทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงสามารถเข้าไปดูคลิปการบรรยายของนักพัฒนาหรือนักวิจัยทางด้าน Geoinfomatic ที่เป็นระดับสุดยอดได้ฟรีจาก YouTube หรือแม้แต่การได้ follow twitter หรือ facebook ของบุคคลสำคัญๆ สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้จากบุคคลเหล่านั้นคือคนพวกนี้บ้าและรักในงานที่เค้าทำ จนบางครั้งดูเหมือนกันว่างานที่พวกเขาทำมันคือชีวิตของพวกเขาไปแล้ว สิ่งนี้เป็นอีกสิ่งที่ควรจะปลูกฝังให้เป็นค่านิยมของคนรุ่นใหม่ เพื่อจะได้ก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศต่อไปมิใช่ทำเพราะมันเป็นเพียงข่าวหรือกระแส เหมือนตอนน้อง หม่อง ทองดี พอมีข่าวลงมีกระแสได้ออกรายการทีวี ก็มีหน่วยงานมาลุมล้อม จำได้ว่าเคยได้ยินว่าจะให้ทุนน้องหม่องมาเรียนที่กรุงเทพ และให้ทุนจนจบปริญญาเอกเลย แต่พอกลับจากญี่ปุ่นข่าวทุกอย่างก็จางหายไป น้องหม่องก็ต้องกลับไปเป็นเด็กบ้านนอกคอกนาใช้สิทธิเรียนฟรี 15 ปีเหมือนเดิม หม่องอาจจะไม่ได้เรียนเก่งแต่สิ่งหนึ่งที่หม่องมีคือความภูมิใจและความรักในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ซึ่งมันจุดติดแล้วเสียดายที่จะปล่อยให้มันมอดไป แต่ถึงหม่องจะลำบากแต่ไหนก็ยังไม่เท่าเด็กในประเทศจีนหรือเกาหลีเหนือ ที่ลำบากมากกว่าเราเป็นร้อยเป็นพันเท่า เด็กในประเทศเหล่านั้นเรียนต้องขยันเรียนและพยายามเรียนให้ดีที่สุดเพื่อยกระดับฐานะของครอบครัว เรียกว่าเดิมพันที่สูงมาก พ่อแม่สงเสียเงินเกือบทั้งหมดของการทำนา ทำไร่เพื่อให้ได้ลูกเรียนลองดูตัวอย่างของเรื่อง อันจินเผิง เด็กเหรียญทองคณิตศาสตร์โอลิมปิค เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้เอาไปสอนลูกสอนหลานให้ตั้งใจเรียนต่อไปครับ ยาวหน่อยแต่รับลองว่าคุ้มค่าที่จะได้อ่าน บ้านผมเองสมัยเด็กๆก็ลำบากแม่ก็ต้องหาเงินมาให้เราได้เรียนหนังสือ แต่ความลำบากของผมนั้นยังไม่ได้ครึ่งของอันจินเผิง แวะเข้าไปอ่านได้ที่ http://thaiworthreading.blogspot.com/2008/11/1997.html

BANGKOK CRACKDOWN

________วันนี้คงเป็นวันที่หลายคนไม่คาดถึง สำหรับผมเองก็ไม่คาดคิดว่าบริเวณใจกลางของประเทศย่านที่เจริญ จะถูกทำลายได้มากขนาดนี้ ผมนั่งดูข่าวอยู่ที่บ้านเห็นพวกเสื้อแดงเผายาง เผาธนาคาร ดูแล้วก็สลดใจ ไม่มีเหตุผลใดที่ผู้ชุมนุมโดยสันติจะทำเพื่อขัดขวางเจ้าหน้าที่ไปจับกลุ่มโดยการทำลายทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน และโรงพยาบาล เพราะผลเสียที่ได้มันมากมาย เพราะจากการชุมนุมที่ผ่านมาผู้ชุมนุมโดยสันติเมื่อถูกสลายก็จะนั่งหรือนอนบนถนนให้เจ้าหน้าที่จับกลุ่ม คงไม่มีผู้ชุมนุมที่รักสงบที่ไหน เอาระเบิด เอาปืนมายิงโต้ตอบ รวมถึงจุดไฟเผาอาคารบ้านเรือนเช่นนี้ ถึงชีวิตผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์จะมีค่าแต่ชีวิตชาวบ้านชุมชนต่างๆในกรุงเทพที่บริสุทธิซึ่งพักอาศัยบริเวณนั้นก็มีค่าไม่น้อยไปกว่ากัน และบางครั้งชาวบ้านเหล่านั้นอาจจะมีค่ากว่าพวกเสื้อแดงที่ออกมาป่วนบ้านป่วนเมืองในขณะนี้ ชาวต่างชาติที่เคยมาประเทศไทยก็มีความเป็นห่วงประเทศไทย ผมเองได้รับ email จากเพื่อนที่รู้จักซึ่งเป็นคนต่างชาติหลายคนถามถึงเรื่องราวและเหตุการณ์ ถ้าเหตุการณ์ที่ปรากฏในข่าวเกิดขึ้นในประเทศพม่า คงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าวิตกกังวลแต่นี้เกิดกับประเทศไทย ประเทศสยามเมืองยิ้มที่คนเหล่านั้นเคยมาเที่ยว มาเยี่ยมเยือนและประทับใจกับความเป็นมิตรและความโอบอ่อมอารีย์ของคนไทย

_________ถ้าเราดูข่าวตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะพบว่าแผนที่ online อย่าง Google Map และ Google Earth ถูกนำมาใช้แผนที่ถูกใช้เป็นเครื่องมืออย่างดีในการสื่อสาร ถ่ายทอดลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสถานนีข่าวโทรทัศน์ต่างๆ วันนี้ผมมีตัวอย่าง online news ที่นำเสนอบน Google Map สำหรับท่านที่ต้องการติดตามข่าวและเหตุการณ์การปะทะและการณ์เผาบ้านเมือง ที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่างๆของประเทศไทย โดยมีทั้งแบบ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษดังนี้

1. Bangkok Dangerous: Street Battles May 2010

_________จัดทำโดย @RichardBarrow ซึ่งเป็นนักข่าวต่างประเทศที่พักอยู่ในประเทศไทยโดยได้ทำการ update เหตุการณ์การปะทะและการก่อการณ์ร้าย ตามถนนและสถานที่ต่างๆโดยสามารถติดตามได้ทาง twitter และทาง Google Map –> http://maps.google.co.th/maps/ms?hl=en&ie=UTF8&source=embed&msa=33&msid=116480606892254086046.0004817fafbb87b0951c0&abauth=4bf0ad67enZpf4cYDsSXAaHnyr3HewYQOcQ

2. ISKD ของ GISTDA

__________จัดทำโดย GISTDA เป็นการายงานข้อมูลเหตุการณ์จลาจล ในพื้นที่ต่างๆบน Google Map Service แบบรายวัน เหตุการณ์ข่าวเป็นภาษาไทยแบบละเอียดซึ่งเชื่อมโยงข่าวและเนื้อหาจาก หนังสือพิมพ์ออนไลน์ต่างๆ สามารถเข้าไปรับชมได้ที่ http://iskd.gistda.or.th/Gistda/content.php?mod=News&file=view&id=22

GIS on Cloud

_______ห่างหายไปนานกับการเขียน blog พอเคลียร์ภาระกิจเสร็จส่วนตัวสิ้นก็รีบกลับเข้าห้องทดลองส่วนตัว นั่งศึกษาหัวข้อที่ค้างคาไว้นาน นั้นก็คือการศึกษาเรื่องของเทคโนโลยี cloud computing กับงานด้าน Geoinfomatic จริงๆแล้วผมเขียนเป็นรายงานสรุปเทคโนโลยีและผลการทดลองที่พัฒนาโปรแกรม GIS แบบ SaaS บน cloud computing ภายใต้เรื่อง Spatial Data Service on Cloud Computing อธิบายง่ายๆก็คือการนำเอา Cloud มาจัดการของการร้องขอข้อมูลแผนที่จำนวนมากๆ  แต่วันนี้ขอตัดเอาบางส่วนเกี่ยวกับเรื่องทั่วไปแบบสรุปมาลง blog ไว้เผื่อว่าใช้เป็นพื้นฐานให้ท่านที่สนใจใช้ไปศึกษาต่อไปนะครับ ส่วนงานทดลองขอเว้นไว้ก่อนนะครับเอาไว้สมบูรณ์เมื่อไหร่จะมานำเสนออีกครั้ง

1. What is Cloud Computing ?

_______Cloud Computing (การประมวลผลแบบก้อนเมฆ) คือ ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต บนรูปแบบของโครงสร้างการประมวลผลขนาดใหญ่ที่ทำงานร่วมกัน มีการแบ่งปันทรัพยากรในการประมวลผลร่วมกันบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ราวกับว่าเป็นหน่วยประมวลผลเดียวกัน Cloud Computing เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองรูปแบบการทำงานและการใช้งานระบบสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยเน้นไปที่การจัดทำระบบประมวลผลและโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อรองรับการใช้งานของผู้ใช้จำนวนมากผ่านโปรแกรมประยุกต์ที่ทำงานแบบ SAAS ผู้ใช้งาน Cloud Computing ไม่จำเป็นที่ต้องรับภาระการดำเนินการจัดทำระบบคอมพิวเตอร์ หรือการขยายระบบเมื่อองค์กรมีจำนวนผู้ใช้มากขึ้น และจ่ายค่าบริการการใช้หน่วยประมวลผลตามการใช้งานจริง ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนการลงทุนในส่วนของคอมพิวเตอร์ประมวลผลและค่าบำรุงรักษา แนวคิด Cloud Computing นี้เปรียบเสมือนกับการบริการไฟฟ้า โดยมองการบริการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์เป็นเหมือนโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ องค์กรหรือหน่วยงานสามารถใช้งานได้โดยไม่มีขอบเขต

2. Architectural layers of Cloud Computing

________รูปแบบการทำงานของ Cloud Computing นั้นคล้ายคลึงกับระบบ GRID Computing บนเทคโนโลยี virtualization แต่แตกต่างกันตรงที่มีการออกแบบและพัฒนา API รวมถึงรายละเอียดของโปรโตคอลและการเชื่อมโยงการทำงานใหม่ให้ยืดหยุ่นและเหมาะกับกิจกรรมทางธุรกิจมากขึ้น โดย Cloud Computing นั้นเป็นการทำงานร่วมกันเพื่อนำเอาความสามารถของระบบประมวลผลมหาศาลมาใช้งาน โดยไม่จำเป็นที่ต้องมีชนิดและประเภทของ hardware และระบบปฏิบัติการที่เหมือนกัน

_______เราสามารถจำแนกชนิดของ Cloud Computing ออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ตามรูปแบบการบริการได้แก่

1. Public Clouds : เป็นระบบบริการที่ทั่วไปเน้นไปที่การทำงานแบบไม่เฉพาะเจาะจง เพื่อบริการลูกค้าจำนวนมาก ราคาไม่แพงผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

2. Private clouds : เป็นระบบที่มีความเฉพาะเพื่อทำงานสำหรับลูกค้า โดยเชื่อมต่อการทำงานโดยตรงผ่าน Cloud Provider มีระบบการจัดการข้อมูล การรักษาความปลอดภัยที่ดี

3. Hybrid Clouds: เป็นระบบแบบเชื่อมประสานการทำงานของทั้ง Public Clouds และ Private clouds สามารถส่งต่อข้อมูลและคำสั่งข้ามระหว่าง Application ของ Public Cloud และ Private Cloud ได้

________นอกจากนี้ยังสามารถจำแนกชั้น(Layers) ของการทำงานบน Cloud Computing ออกได้เป็นดังนี้

1. SaaS คือ Cloud Application Layer ส่วนที่นำข้อมูลจากระบบมาทำการประมวลผลตามคำร้องขอผ่านโปรแกรมประยุกต์ โดยส่วนนี้จะเป็นส่วนติดต่อระหว่างผู้ใช้กับ cloud computing โดยทำงานในลักษณะเว็บแอปพลิเคชั่น ซึ่งไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม ตัวอย่างเช่น Hotmail, Gmail, Google Doc, Google Fusion Table, SalesForce, Twitter

2. Paas คือส่วน Cloud Software Environment layer ให้บริการสิ่งแวดล้อม เครื่องมือสำหรับการพัฒนา โปรแกรมประยุกต์บน cloud computing เช่น Google App Engine,Heroku,Mosso,Engine Yard,Joyent,force.com(Sale force platform)

3. IaaS คือ Cloud Software Infrastructure layer สำหรับการสร้างระบบ ใช้งานแบบ Virtual Machines(VMs) มีบริการต่างๆสนับสนุนการทำงานครบถ้วน เช่น Amazon Elastic Compute Cloud(EC2) , SunGrid, Gogrid

4. DaaS คือระบบจัดเก็บข้อมูล Data storage ที่ขนาดใหญ่ไม่จำกัด รองรับการสืบค้นและการจัดการข้อมูลขั้นสูง เช่น Amazon’s S3

5. CaaS คือส่วนของ Composite Service ที่ทำหน้าที่รวมโปรแกรมประยุกต์ หรือจัดลำดับการเชื่อมโยงแบบ workflow ข้าม network รวมถึงการจัดการด้านความปลอดภัย เช่น Microsoft Connected Service Framework (CSF)

3.Implement GIS on Cloud Computing

________GIS เป็นระบบสารสนเทศอีกประเภทที่ซอฟต์แวร์ต้องการการประมวลผลแบบขั้นสูง และต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงมาทำการประมวลผลและใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีจำนวนมากและมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน cloud computing จึงเป็นอีกเทคโนโลยีที่เข้ามาเติมเต็มในเรื่องนี้ ปัจจุบันมีบริษัทผู้พัฒนาโปรแกรมภูมิสารสนเทศ (GIS) ได้เริ่มปรับเปลี่ยนโมเดลธุกิจของการขายซอฟต์แวร์ GIS โดยพัฒนาโปรแกรม GIS ให้อยู่ในรูปแบบ SaaS และเน้นไปที่การประมวลผลเชิงขนาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลเชิงตำแหน่งที่มีภาระงานมากและซับซ้อน , ลดการติดตั้งและบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ โดยซอฟต์แวร์ GIS ยุคใหม่จะทำงานผ่านเว็บแอปพลิเคชั่น รูปแบบการจ่ายค่าบริการก็จะเป็นไปตามการใช้งานจริงและตามความต้องการใช้งานของผู้ใช้ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยของซอฟต์แวร์มีราคาถูกลง เนื่องจากผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ ในกรณีที่ใช้งานเพียงฟังก์ชั่นเบื้องต้นไม่มากนัก

_________ปัจจุบันซอฟต์แวร์ GIS ที่มีฟังก์ชั่น Geo Processing และ Geo Analysis ได้มีการพัฒนาในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) รองรับการประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่แบบออนไลน์ (Online GeoProcessing Service) และสนันสนุนการทำงานแบบ Internet GIS หรือ WebGIS เพื่อปล่อยออกมาให้องค์กรและผู้ใช้ได้รับบริการ โดยอาศัยการทำงานบนระบบ Cloud Computing ที่มีให้บริการในรูปแบบ PaaS (Platform as a Service) และ IaaS (Infrastructure as a Service) เช่น Amazon S3, Amazon EC2, Gogrid, Google App Engine, Azure Services Platform เป็นต้น รวมไปถึงการพัฒนารูปแบบการบริการของซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการทำงานของระบบภูมิสารสนเทศผ่านเว็บเซอร์วิสแบบ สถาปัตยกรรมบริการ(Service Orientation Architecture,  SOA) บนบริการ Cloud Computing แบบ CaaS (Composite as a Service) ซึ่งจะทำให้การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศในองค์กรมีรูปแบบที่เปลี่ยนไป กล่าวคือมีความยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงระบบภูมิสารสนเทศและระบบสารสนเทศในองค์กรให้สามารถหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างลงตัว

_________นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีความซับซ้อนและมีขนาดของข้อมูลจำนวนมหาศาลเช่น การประมวลผลข้อมูลพื้นผิวแบบสามมิติ, การประมวลผลข้อมูลจาก Lidar และอื่นๆ รวมถึงการนำระบบ cloud computing เชื่อมโยงการทำงานกับฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Database) เช่น Oracal spatial และ Oracle GeoRaster, Microsoft SQL Server 2008 ที่รองรับ Spatial SQL Azure โดยเทคโนโลยี Cloud Computing นี้ได้มีการนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ทั้งในด้านงานวิจัยและพัฒนา ตลอดจนถึงการออกเป็นผลิตภัณฑ์ตัวอย่างเช่นดังต่อไปนี้

-ARCGIS Server on the Cloud

_________บริษัท ESRI ออกผลิตภัณฑ์ใหม่บน ArcGIS 10 ซึ่งเป็นการผนวกรวมซอฟต์แวร์ ArcGIS ในรูปแบบ SaaS ใน IaaS ของ Amazon Cloud Computing บน Amazon Independent Software Vendor ผู้ใช้สามารถนำฟีเจอร์ของ ArcGIS มาพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศผ่าน AWS AMIS (Windows Server AMI)

__________ผู้ใช้สามารถใช้งาน ARCGIS Server ผ่าน AMIS โดยการประมวลผลจะอยู่บน Cloud Computing ผู้ใช้ที่มีบัญชีการใช้งาน Amazon Cloud Computing ก็สามารถใช้งานได้ โดยข้อมูลสามารถจัดเก็บบน Cloud Storage Amazon S3 การใช้งานและการจ่ายค่าซอฟต์แวร์อยู่ในรูปแบบ on demand ทดลองใช้งานที่ Arcgis.com

ตัวอย่างโปรแกรม

-Autodesk on Cloud

________Autodesk ออกโปรเจคนำร่องการพัฒนาซอฟต์แวร์ภูมิสารสนเทศแบบ SaaS ในชื่อ Butterfly Project โดยใช้ PaaS ของ Amazon Cloud Computing (EC2 และ S3) เน้นไปที่การทำ Spatial Digitization แบบเดียวกับโปรแกรม AutoDesk Map สามารถเรียกไฟล์ข้อมูลที่เก็บบน S3 มาใช้ในการสร้างแผนที่ รวมไปถึงการซ้อนทับข้อมูลแผนที่จากภาพถ่ายดาวเทียม และแผนที่จากระบบ Google Map Service โปรแกรมทำงานแบบเว็บแอปพลิเคชั่น บนโปรแกรมประยุกต์ที่พัฒนาจาก Flash Technology ทดลองใช้งานได้ที่ http://butterfly.autodesk.com/index.html

-WeoGEO +FME Server on the Cloud

_________WeoGeo เป็น Spatial Content Management ที่บริการเรื่องการ จัดเก็บ จัดการและจำหน่ายข้อมูลเชิงตำแหน่งแบบออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยมีการบริการไลบารี่สำหรับการแสดงผลและประมวลผลข้อมูลเชิงตำแหน่งเช่น LibraryTM internet-based service ปัจจุบัน WeoGeo รองรับการทำงานบน cloud computing environment บน Amazon Web Services (AWS) และรวมตัวกับระบบประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ FME Server และ spatial ETL

-Spatial Cloud Computing (SC2)

______Spatial Cloud Computing (SC2) เป็น Spatial platform ที่รองรับการทำงานบน Cloud Computing เน้นไปที่การจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล แบบ SaaS ทำงานร่วมกับโมดูล Business systems integration ในรูปแบบ Geo portal ซึ่งรองรับการทำงานแบบโปรแกรม GIS ทั่วไปแต่สามารถทำงานได้บนเว็ปเบราเซอร์ โดย SaaS ทำงานบน IaaS ของ Amazon’s Elastic Compute Cloud (EC2)

ตัวอย่างการนำเข้าข้อมูลอาคาร

ตัวอย่างตารางข้อมูล attribute

-GIS Cloud

________GIS Cloud เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์ GIS ในรูปแบบของ SaaS ทำงานบน Cloud Computing รองรับงานด้านการแก้ไข นำเข้าข้อมูลภูมิสารสนเทศ ,การวิเคราะห์และการประมวลผลเชิงพื้นที่ รวมถึงการจัดทำแผนที่และการสร้างข้อมูลเชิงบรรยาย โดยคิดค่าบริการในลักษณะ pay-per-use มีรูปแบบการทำงานบน Restful API ,รองรับการประมวลผลข้อมูลออนไลน์ และสามารถสนับสนุนการทำงานบน Iphone และ Ipad ได้

หน้าต่างควบคุมการทำงานของระบบ

การแก้ไขข้อมูลและการนำเข้าข้อมูล

4. Conclusion

_______จากการที่ผมได้ทดลองใช้ และทดลองพัฒนาเอง ค่อนข้างเชื่อว่า CLoud Computing จะเข้ามามีบทบาทต่อรูปแบบของระบบ GIS ในอนาคตโดยเฉพาะซอฟต์แวร์ GIS ที่ในอนาคตน่าจะได้เห็นในรูปแบบ SaaS มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาของการละเมิดลิทธิสิทธิซอฟต์แวร์ และปัญหาของราคาซอฟต์แวร์ที่แพงมาก โดยที่ผู้ใช้มักจะซื้อซอฟต์แวร์ราคาแพงมาเพื่อใช้งานแค่ไม่กี่ฟังก์ชั่น  โดยเราน่าจะได้เห็นทั้งแบบของ SaaS และแบบผู้บริการ PaaS ที่มีการติดตั้งซอฟต์แวร์ GIS พร้อมบนระบบแบบ Cloud Computing โดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพการทำงานและการขยายระบบ GIS ในองค์กรที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

______ปัญหาหนึ่งก็คือเรื่องระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ในเมืองไทย ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่เนื่องจากข้อจำกัดของความเร็วและขนาดของช่องทางการรับส่งข้อมูล ซึ่งอนาคตถ้ามันสามารถพัฒนาให้ดีมากกว่าเดิมผมว่า การที่เราจะได้เห็นการใช้งาน cloud computing ที่เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ

5. อ้างอิง

1. http://news.gislounge.com/2010/04/“how-will-gis-companies-weather-the-cloud-computing-storm”/

2. http://joesonic.com/blog/2010/03/21/cloud-computing-the-new-gis-trend-online-version-of-arcgis-coming-soon/

3. http://www.esri.com/news/releases/10_1qtr/amazon.html

4. http://www.esri.com/news/arcwatch/0110/feature.html

5. Full Paper for the UKUUG Spring 2009 Conference “Instant Cloud Computing with openORM” by Mattias Rechenburg

6. White Paper “A New Paradigm for Geographic Information Services”

7. http://pragmaticgeographer.blogspot.com/2008/10/gis-in-cloud.html

8. http://www.esri.com/news/arcuser/1009/cloudcomputing.html

9. http://www.giscloud.com/about/gis-cloud-vs-traditional-gis/

10. http://en.wikipedia.org/wiki/Software_as_a_service

11. http://www.vector1media.com/vectorone/?p=624

12. http://www.skeinc.com/pages/SC2/SKE_SC2_White_Paper.pdf

13. http://www.pbinsight.com/files/resource-library/resource-files/pbbi-gisplugsin-wp-4-13.pdf

14. http://whitepapers.virtualprivatelibrary.net/Grid%20Resources.pdf

15. http://www.slideshare.net/geocommunitylive/tim-warr-cloud-computing-and-gis-all-hype-or-something-useful

16. http://www.davidchappell.com/CloudPlatforms–Chappell.pdf

17. http://www.isprs.org/proceedings/XXXVIII/7-C4/126_GSEM2009.pdf

18. http://www.springerlink.com/content/j27037741134r8w8/

สนทนาแบบม้าหมุน

_______เมื่อวานนั่งชมการถ่ายทอดสด สนทนาแบบพายเรือในอ่างอุตสานั่งฟังจนจบ สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไรเช่นเดิม ขณะนั่งชมผมกับรู้สึกว่ามุมกล้องและการถ่ายทอดมันคล้ายกับการดู AF ดูมันจะ reality แต่จับน้ำเสียงและแววตาดูเหมือนว่าต่างคนต่างมีนัยซ่อนอยู่  ความแตกต่างกันตรงที่หน้าตาของแต่ละท่านมันไม่ได้ยิ้มแย้มหรือแสดงออกถึงการมีความสุข มากไปกว่านั้นทุกคนต่างแย่งกันพูด แข่งกันแสดงความเชื่อของตนเอง ฝ่ายเสื้อแดงหนักหน่อยแย่งกันพูดเองแถมไม่ฟังกันอีก ซ้ำหลายยังไปพาดพิงถึงคนอื่น สีอื่น แทนที่จะสมานฉันเดี่ยวก็กลายเป็นการจุดประเด็น จุดชนวนความขัดแย้งขึ้นมาอีก

_______ผมเองชอบที่นายกพูดถึงเรื่องการทำประชามติการยุบสภา เพราะผมไม่เชื่อว่าคนหลายสิบล้านคนอยากให้ยุบสภาตามที่เสื้อแดงว่า ในเมื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอยากให้ประชาชนตัดสิน ก็น่าจะยอมรับการทำประชามติ เอาเรื่องประเด็นการยุบสภานี้แหละเป็นตัวแบบ ผมว่ามันง่ายกว่าจะไปถึงเรื่องแก้รัฐมนูญอีก และเป็นตัวแทนของความมีประชาธิปไตยในบ้านเมืองเราได้อีก ถ้าผลออกมาประชาชนลงคะแนนให้ยุบสภา รัฐบาลก็ยุบมันทันทีเลยไม่มีข้อเรียกร้อง ถ้าผลออกมาประชาชนส่วนใหญ่ไม่ยุบสภา นักประชาธิปไตยตัวแม่ที่ออกมาสาดเหลือด ปิดถนนประท้วงเดินขบวนก็น่าจะต้องกลับไป เพราะผลมันออกมาว่าตนก็เป็นคนส่วนน้อยในประเทศ ควรยอมรับในการเป็นคนส่วนน้อย ข้อดีของการทดลองทำประชามติก็คือเป็นการฟังเสียงประชาชน ที่น่าจะไม่มีผลประโยชน์ในการจูงใจให้ทุจริตน้อยกว่าการเลือกตั้ง ผมเองยังงงก็บตรรกะของฝ่ายเสื้อแดงที่ด่าว่าองค์กรต่างๆว่ามาจากทหาร มาจากอมาตย์ แต่สุดท้ายองค์กรเหล่านั้นก็ต้องมามีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้ง ทั้ง กกต. หรือ ศาลในกรณีที่มีการร้องเรียนและทำผิด และถ้าเกิดปัญหาทางเทคนิคหรือฝ่าย สส. ตนเองทำผิดและโดนลงโทษ มีหรือที่จะไม่หาข้ออ้างออกพาพลพรรคไพร่แดงมาประท้วงขับไล่อมาตย์กันอีกหรือ มันก็เท่ากับการพายเรือในอ่างอยู่ดี ในเมื่อปัญหาไม่ได้ถูกนำมาแก้ไขอย่างจริงๆ การออกมาบอกให้รัฐบาลยุบสภามันก็เป็นแค่เกมส์ที่แข่งกันเพื่อแพ้ชนะเท่านั้น คำพูดบวกข้ออ้างที่นำมาหาแนวร่วมมันก็เกิดขึ้นได้แบบไม่มีสิ้นสุด ถ้าจะแก้จริงๆผมว่าน่าจะนำตัวแทนของคนจน คนที่มีอุดมการมาร่วมสนทนา เสวนาแบบเปิดใจ นำปัญหาที่รู้สึกไม่เป็นธรรมมาถกกัน น่าจะดีกว่าเพราะมันน่าจะดูจริงใจและตรงไปตรงมามากกว่าและไม่มั่วขุดเอาเรื่องเก่า มาเล่าใหม่อีกครับ