ตุลาคม 5, 2009
_____เมื่อวานนอนเอกขเนกเล่นอยู่ก็มีพี่ท่านหนึ่งโทรมาคุยเรื่องของ Placebase หรือจะกล่าวอีกนัยก็คือเรื่องของข่าวการซื้อบริษัท Placebase ซึ่งเป็นบริษัทเกิดใหม่ที่พัฒนาและทำเรื่องของ Mapping Content& Map Service ที่น่าสนใจ ข่าวนี้ผมยังไม่เห็นการยืนยันจากทาง Apple แต่ที่แน่นอนคือ Apple น่าจะให้ความสนใจทางด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับ Location&Mapping มากขึ้นเนื่องจาก apple มี Apple Geo Team ซึ่งคุณ Jaron Waldman เจ้าของ Placebase ก็เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Apple Geoteam เรียบร้อยแล้ว
_____หลายท่านอาจจะยังไม่รู้จัก Placebase ว่ามันคืออะไร จริงๆแล้ว Placebase บริการแผนที่และข้อมูลเชิงตำแหน่งในลักษณะ Map stack กล่าวคือให้บริการข้อมูลแผนที่ ข้อมูล POI และสามารถให้ผู้ใช้สร้างข้อมูลแผนที่เฉพาะเรื่อง ได้ นอกจากนี้ก็ยังมีการสร้าง Map Content ใหม่ๆ เช่น Crime Map , Demography Map เพื่อให้บริการกับผู้ใช้ และที่น่าสนใจและเป็นจุดขายที่ทำให้ Placebase แข่งกับ Google Map ได้คือการให้บริการแบบ API ผ่านทาง Pushpin API ซึ่งเทคโนโลยีตรงนี้น่าจะเป็นจุดแข็งอีกประการที่ Apple เลือก placebase
_____ Pushpin AP I ต่างจาก Google Map API ตรงที่เน้นเรื่องการ Integrate ข้อมูลโดยผู้ใช้สามารถนำข้อมูลจาก Map Service ต่างๆมาร่วมใน application ได้ง่ายกว่าเช่น ข้อมูลจาก ESRI, Claritas, NAVTEQ, Tiger และอื่นๆ ความน่าสนใจอีกประการคือลูกเล่นของ API ทีมีเช่น Dynamic layer, Thematic Colour และ Overlay Filter ปัจจุบัน Pushpin REST API อยู่ที่เวอร์ชั่น 1.3 ทดลองเล่นตัวอย่างที่
http://www.pushpin.com/api/1.3/docs/addfilterdisplay.html
_____สิ่งที่ apple จะได้จาก placebase คือ location&mapping technology ที่จะไปสร้างช่องทางธุรกิจให้ apple เพิ่มมากขึ้น เพราะช่วงหลังผมสังเกตุเห็นว่า apple มีการเพิ่มฟีเจอร์ทาง location ให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้น เช่น calendar, Address Book, Mail และ iCal รวมไปถึง photo content ที่รองรับ ข้อมูล locationมากขึ้น เช่น iPhoto และ Aperture ที่รองรับ geotagg รวมไปถึง Iphone ที่มีฟีเจอร์ของ geolocation เช่น GPS, Wifi location ซึ่งแต่เดิมการทำงานต้องอาศัยข้อมูลพื้นฐาน เช่นข้อมูลของแผนที่,ข้อมูลถนนและ ข้อมูล Geocode จาก Google Map API การพัฒนาระบบบริการข้อมูลแผนที่และข้อมูลเชิงตำแหน่งของ apple เองอาจจะทำให้พัฒนาและขยายความสามารถของ application ให้มากขึ้น ผลงานชิ้นหนึ่งของ Apple Geo team ที่กำลังพัฒนาและเริ่มเปิดให้บริการก็คือ Mobile Me หรือถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คือการ locate ตำแหน่งของ Iphone ซึ่งผู้ใช้สามารถใช้ในการ tracking ตัว Iphone ได้แน่นอนว่ามีประโยชน์ในกรณีที่เครื่องหาย หรือใช้เป็นช่องทางในการ tracking คนหรือวัตถุต่อไป
______เรื่องนี้น่าจะเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นการตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีเชิงตำแหน่งไปใช้ Apple ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการมองเห็นศักยภาพและช่องทางของการนำข้อมูลด้านนี้ไปใช้ ก่อนจบผมมี clip vdo ของ Jaron Waldman ที่พูดถึง Pushpin REST ในหัวข้อ “The REST is Up to You: A Deeper GeoStack for Better Apps” ในงาน Where 2.0 มาฝากกันดูไว้เป็นแนวทางเพื่อว่าท่านใดคิดที่จะลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านนี้จะได้เห็นเป็นแนวทางแวะเข้าไปดูได้ที่ http://blip.tv/file/970402
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://gigaom.com/2008/05/21/placebase/
http://www.directionsmag.com/article.php?article_id=2237
http://sanjose.bizjournals.com/sanjose/stories/2009/09/28/daily62.html
http://blogs.computerworld.com/14835/apple_purchased_mapping_company_in_july_to_replace_google
http://blog.programmableweb.com/2006/04/03/placebase-vs-google/
http://www.crunchbase.com/company/placebase
http://www.guardian.co.uk/technology/blog/2009/oct/01/apple-maps-placebase-google-question
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
ตุลาคม 1, 2009
____คนทำ Web แน่นอนว่าต้องเรียนรู้เรื่องของ Search Engine Optimization เพื่อทำให้ Web ของตนเองเป็นที่รู้จัก และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้เข้าถึง website จาก Search engine มากขึ้น ดังนั้นผู้พัฒนา web จึงจำเป็นต้องทำให้ web อยู่ในอันดับที่ดีในผลการค้นหาทั้งหมดจากฐานข้อมูลของ search engine ยกตัวอย่างเช่น การเข้าถึง blog emap ผมจะแนะนำให้เพื่อนๆ หรือนักศึกษาที่ผมไปสอนให้เข้ามา ผ่าน google โดยพิมพ์คำว่า “gis+pk” ซึ่งเป็น keyword ที่จำง่ายกว่าการบอก url ยาวๆ
____นอกจากนี้ยังมีผลต่อ page rank ของ web ด้วย สำหรับคนที่ใช้ AdSense ก็ยิ่งสำคัญใหญ่เพราะจะสร้างโอกาสในการแสดงผลโฆษณาและนำไปสู่การได้ตัง ผมเขียน blog วันนี้ไม่ได้มาสอนทำ SEO เพราะว่าเรื่องนี้สอนทำกันยาว และมีหลาย web สอนแล้ว แต่ที่อยากเขียนคือมี IDEA ว่าจริงๆแล้วถ้าเราจะโปรโมต ข้อมูล GIS ทาง Search engine จะทำอย่างไร ผมมี scenario ในใจประมาณว่า ค้นคำว่า Hydrology ทาง Google ก็สามารถแสดง link ของข้อมูล hydrology และ metadata ได้ คล้ายๆก็ Clearing House แต่ดีกว่าคือ general กว่าใช้งานง่ายกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า จริงๆแล้วเรื่องนี้กำลังพูดใน OWS-5 เรื่องของ GeoOpen Search มีโอกาสจะมาโม้ให้ฟังครับ กลับมาที่ solution ง่ายของเราก่อน ผมจะใช้ KML เป็นตัวช่วยในการค้นหา โดยแนวคิดคือจะทำ geositemap บน sitemap protocol
____สร้าง sitemap สำหรับ kml ดังนี้ครับ
<?xml version=”1.0″ encoding=”UTF-8″?>
<urlset xmlns=”http://www.sitemaps.org/schemas/sitemap/0.9″
xmlns:geo=”http://www.google.com/geo/schemas/sitemap/1.0″>
<url>
<loc>http://www.example.com/example1.kml</loc>
<geo:geo>
<geo:format>kml</geo:format>
</geo:geo>
</url>
<url>
<loc>http://www.example.com/example2.kml</loc>
<geo:geo>
<geo:format>kml</geo:format>
</geo:geo>
</url>
<url>
<loc>http://www.example.com/feeds/example3.xml</loc>
<geo:geo>
<geo:format>georss</geo:format>
</geo:geo>
</url>
</urlset>
____จากนั้นก็ทำการนำ sitemap.xml ไปเก็ยในไดเรกทอรี่ที่กำหนดไว้ และก็ทำการบอกให้โลกรู้โดย upload site map ไปที่ Google’s Webmaster Central เท่านี้ก็เรียบร้อย ถ้ากลัวไม่เจอก็บอก google โดยการ addurl ที่ http://www.google.com/addurl/ เท่านี้ข้อมูล GIS เราก็เข้าไปอยู่ในระบบค้นหาของ Google แล้วครับ
อ้างอิงมาจาก
http://code.google.com/apis/kml/documentation/kmlSearch.html
____¨Ò¡¹Ñ鹡ç upload µÑÇ xml äÇéã¹â¿Åìà´ÍÃì ¢Ñ鹵͹µè仡ç¤×Í¢Ñ鹵͹¡Òú͡ãËéâÅ¡ÃÙéâ´Â¡Òà upload µÑÇ sitemap ä»·Õè
Google’s Webmaster Centra____จากนั้นก็นำ sitemap ไปเก็บไว้ใน root โฟล์เ
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
กันยายน 27, 2009
____Free Essays ทางด้าน GIS ของ ESRI ปี 2009 เปิดให้ดาวน์โหลดมาอ่านกันแล้วครับ โดยจัดทำและเขียนจากผู้เชียวชาญหลายคนในด้าน GIS ข้อดีคือตัวอย่างของการนำ GIS ไปใช้อ่านแล้วจะได้เปิดมุมมองให้ก้าวขึ้น ชุดนี้เป็นการรวมบทความที่อยู่ใน Arcnew มาไว้ในเล่มตัวอย่างหัวข้อดังนี้
* “GIS: Designing Our Future” by Jack Dangermond
* “Implementing Geographic Information Technologies Ethically” by Harlan J. Onsrud
* “GIScience for Human Rights” by Doug Richardson
* “Transport 2.0: Meeting Grand Challenges with GIScience” by Harvey J. Miller
* “Geography Education and GIS Professional Development” by Doug Richardson
* “Changing the Face of Geography: GIS and the IGU” by Roger F. Tomlinson
* “Process Models and Next-Generation Geographic Information Technology” by Paul M. Torrens
* “Geographic Literacy in U.S. by 2025″ by Daniel C. Edelson
* “Geography, GIS, and Mental Health” by Doug Richardson
* “The National Geospatial Advisory Committee: An Action Agenda” by Anne Hale Miglarese
* “Global Dialogues: GIScience and Sustainable Development in Africa” by Doug Richardson
* “Get Involved with Geo-Education Reform” by Daniel C. Edelson
____ท่านที่สนใจดาวน์โหลดได้ที่ http://www.esri.com/library/bestpractices/essays-on-geography-gis-vol2.pdf
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
กันยายน 17, 2009
______วันนี้มีโอกาสได้นั่งกินเอรสเปรสโซ่ของร้านกาแฟเล็กๆร้านหนึ่งที่บังเอิญรู้จักกันตอนเมื่อตอนที่กำลังวิ่งหนีฝน ร้านเล็กๆไม่สะดุดตาที่ผมใช้นั่งหลบฝนนี้มีเจ้าของร้านน่ารักใจดี ยอมปิดร้านช้ากว่าทุกวันเพื่อให้ลูกค้าขาจรอย่างผมได้นั่งหลบฝน ด้วยความที่เป็นลูกค้าคนเดียวเลยมีเวลาได้สัมผัสบรรยากาศของร้านอย่างเต็มที่ ผมชอบความที่ร้านเป็นร้านเล็ก มันดูง่ายๆสบายๆดี ชอบความละเอียดและความใส่ใจของเจ้าของร้านที่ทำหน้าที่เป็นบาริสต้า และเด็กเสริฟด้วย
______กาแฟที่จะชงกาแฟที่อร่อยๆเหมือนการทำงานเป็นทีม กาแฟต้องดี คนคั่วต้องเก่งสามารถรู้ถึงวิธีการคั่วเม็ดกาแฟที่แตกต่างกันไปตามสภาวะอากาศและฤดูกาลปลูก กาแฟพันธุ์เดียวกันแต่อากาศต่างกัน รสชาติกาแฟก็ต่างไป ร้านนี้เป็นร้านที่แปลกดี ผมไม่ค่อยเห็นใครใช้กาแฟอิตาเลียนเบรนด์ทำกาแฟเอสเปรสโซ่แก้วละ 45 บาทขาย นับว่าเป็นลาภปากจริงๆ กาแฟดีต้องตั้งใจทำตั้งแต่ บด อัด ชง วันหลังจะมาโม้รายละเอียดให้ฟัง แต่ความน่าสนใจของพี่สาวบาริสต้าร้านนี้คือ พี่เค้ามีวิธีการอัดกาแฟแบบตั้งใจจริงๆ บ่งบอกได้ถึงความละเอียดและความใส่ใจในการชง การอัดผงกาแฟกับพอตตาฟิลเตอร์ ถ้าแน่นไปหรือไม่สม่ำเสมอเอียงไปข้างหนึ่ง รสชาติของกาแฟที่จะถูกสกัดออกมาก็จะไม่เต็มที่ พี่คนนี้ใช้แทมเปอร์เคาะพอตตาฟิลเตอร์ ค่อยๆกดลงไปแล้วค่อยบรรจงใส่กาแฟลงในหัวบนเครื่องชงแบบ 9 บาร์ไม่นานกาแฟเอรสเปรสโซ่หอมๆ 30 cc ก็ออกมา
______ผลงานของพี่คนนี้ค่อนข้างดี ซึ่งเกิดจากการใส่ใจจริงๆ สังเกตได้จากเครม่าที่ลอยในแก้วเอรสเปรสโซ่ สีน้ำตาลทองสวยไม่ over หรือ under ไป ผมนั่งกินกาแฟหอมกับเค้กส้ม พร้อมนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับกาแฟที่มีมากมายบนชั้นหนังสือ ร้านนี้ถ้าไม่ขายกาแฟ อาจจะเปิดเป็นห้องสมุดกาแฟได้เลย ใครจะไปเชื่อว่าผมจะเจอหนังสือ Barista Book ของ จิฮิโร่ โยโกยาม่า บาริสต้าในตำนานของญี่ปุ่นที่เมืองไทยไม่น่าจะมีเกินร้อยเล่ม ร้านนี้มีดีอีกอย่างที่เพลงเพราะ โซฟานั่งสบายและมีพื้นไม้ปาเก้สีน้ำตาลนวล ถือว่าลงตัวมาก ผมเองชอบที่จะมานั่งทำงานในร้านกาแฟ เพราะว่าบรรยากาศแบบนี้แหละคือบรรยากาศแบบที่ส่งเสริมการใช้ความคิด มันสามารถกระตุ้นต่อมคิดได้ดีกว่า การนั่งเงียบในห้องสมุด หรือจะนั่งจ้มปุกบนเก้าอี้ตัวเดิมในออฟฟิศพร้อมกับฟังเสียงนินทาพรางๆ ร้านกาแฟเป็นสถานที่ที่มี dynamic เหมาะกับการใช้ชีวิตช้าๆไม่รีบร้อน ไม่กดดันเกินไป ในขณะเดียวกันบรรยากาศสบายๆก็ช่วยให้เรามีสมาธิเพิ่มขึ้น ว่างๆถ้าคิดอะไรไม่ออก ลองหอบงานแวะเข้าร้านกาแฟ สั่งอะไรร้อนมากินสักแก้ว รับรองหัวสมองวิ่งชิวเลยครับ
1 ความเห็น | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
กันยายน 10, 2009
_____ปกติไม่ค่อยได้พบการเปิดบริการข้อมูล Commercial Map Service ในรูปแบบโปรโตคอลมาตรฐานของ OGC เท่าไหร่นัก จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะพวก Commercial Map Service เช่น Google Map หรือ BING Map พัฒนาและบริการในรูปแบบของ Map API ที่เน้นการ intregration แบบง่าย แต่เป็นระบบปิด กล่าวคือการจะนำข้อมูลจากแหล่งอื่นมาทำงานร่วมกันทำได้ค่อนข้างยาก จะต้องออกแรงมากกว่าปกติ แต่วันนี้ผมเพิ่งไปพบกับข่าวที่หน้าดีใจ คือ BING MAP ระบบบริการข้อมูลแผนที่ของ Microsoft ได้เปิด Service Protocal แบบ WMS 1.3 ให้นักพัฒนาสามารถนำข้อมูลแผนที่และข้อมูลภูมิสารสนเทศจาก Bing Map Service ไปใช้ได้
_____ด้วยความที่ Bing Map รองรับ Web Map Service ทำให้ Application ที่ทำงานบนโปรโตคอลตัวนี้สามารถเชื่อมโยงและนำข้อมูลเข้ามาทำงานในระบบได้ทันที แต่แน่นอนว่า Bing Map ก็ยังต้องมีการลงทะเบียน และมีการสร้าง user และ password ซึ่งใน OGC WMS 1.3 ก็รองรับการเข้ารหัสของ username และ password บนโปรโตคอลนี้ด้วย ทำให้การทำงานแบบนี้ win win ทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ใช้และเจ้าของข้อมูล
_____BING Map มีทั้งชั้นข้อมูล ภาพถ่ายดาวเทียม , ถนน และข้อมูลแผนที่สภาพภูมิประเทศ โดยครอบคลุมพื้นที่บริการทั่วโลก มี SRS ที่เปิดให้ใช้งานได้ทั้ง EPSG:4326 EPSG:3857 EPSG:41001 และรองรับ MIME Type ของข้อมูลภาพแผนที่ชนิด image/png image/gif image/jpeg ประสิทธิภาพการทำงานก็เร็วดีทีเดียวครับ แต่เสียอย่างเดียวลายน้ำเยอะไปนิด แต่แนวคิดการเปิดบริการแบบนี้ก็ทำให้ BING MAP ล้ำหน้า Google Map ไปแล้ว เรื่องข้อมูลก็ไม่แพ้กันเพราะ BING Map มีข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงที่ update กว่าของ Google ข้อจำกัดของ BING MAP อีกอย่างคือข้อมูลถนนยังขาด label ที่เป็นภาษาไทย ลองมาดูตัวอย่างกันนะครับ ผมใช้ QGIS ต่อไปยัง BING MAP Service ผ่าน WMS 1.3.0 ผมเลือก layer : aerial บริเวณสามย่าน
____ท่านที่ต้องการใช้งานแวะไปลงทะเบียนที่ http://integrate.onterrasys.com/BingMapsWMSBeta/register.aspx
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
กรกฎาคม 26, 2009
________ปัจจุบันเรื่องของ SDI และ Standard ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้วนะครับ เพราะว่าปัจจุบันสังคม GIS ในเมืองไทยเริ่มใหญ่ขึ้นกล่าวคือมีหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนมีการนำ GIS มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสารสนเทศและระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ภายในองค์กร รวมไปถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีการทำแผนที่ และการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่กลายเป็นสิ่งที่ไม่ได้ยุ่งยากและคุ้มค่าต่อการนำไปใช้งาน เมื่อมีคนใช้งานมากขึ้น ชนิดและประเภทของข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่องของมาตรฐาน และ SDI รวมไปถึงระบบค้นหาและจัดการข้อมูลก็กลายเป็นสิ่งจำเป็น เรื่องของมาตรฐานและ SDI มีการพัฒนาและส่งเสริมการใช้งานมาโดยตลอด ท่านที่ต้องการ update ความรู้หรือติดตามความรู้ความคืบหน้า ลองแวะเข้าไปที่http://thaisdi.gistda.or.th/
________สำหรับหน่วยงานองค์กรอยากจะพัฒนาระบบ clearing house หรือ SDI Portal เพื่อแลกเปลี่ยนและจัดการข้อมูลสารสนเทศเชิงพื้นที่ ในองค์กร ไม่จำเป็นที่ต้องลงทุนซื้อโปรแกรม ท่านสามารถเลือกใช้ opensource ที่ชื่อ GeoNetwork ในการ implement ได้ โดย GeoNetwork เป็น Opensource SDI ที่ได้รับการยอมรับในการนำไปพัฒนาระบบทั้งในระดับประเทศ และระดับองค์กร โดยปัจจุบัน GeoNetwork พัฒนาถึงเวอร์ชั่น 2.4.0 (ล่าสุด) ซึ่งรองรับมาตรฐานต่างๆในกลุ่มของ ISO/TC211 และ OGC เช่น CSW 2.0 , ISO19135 เป็นต้น
________GeoNetwork พัฒนาด้วย Java technology ซึ่งทำงานลักษณะ server-clent base เก็บข้อมูลบน postgresql database รองรับรูปแบบการเชื่อมต่อแบบเครือข่ายระหว่าง node ในรูปแบบ stateless (มีช่องของ z39.50 ด้วย) นอกจากการค้นหา สืบค้นและแลกเปลี่ยน Metadata ยังรองรับการเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ webservice ของ OGC เช่น WMS , WFS, KML ท่านที่สนใจแวะไปดาวน์โหลดโปรแแกรม Geonetwork 2.4 ได้ที่
http://geonetwork-opensource.org/software/geonetwork_opensource/releases/2.4.0
ตัวอย่าง application ที่ผมเคยนำเอา Geonetwork มาใช้
อ้างอิง
http://www.slideshare.net/pkgis/chula-geoportal-emap-presentation
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
กรกฎาคม 8, 2009
_______ตอกย้ำเรื่องความสำคัญของ Geolocation เลยอยากนำ clip ที่ผม book mark ไว้มาแชร์ จริงๆเรื่องนี้อาจจะเข้ายากสักนิดสำหรับคนที่ไม่ได้ตามเทคโนโลยีด้านนี้ แต่ผมว่ามีประโยชน์ว่างๆก็ลองนั่งดูเรื่องของ Web Squared ผมได้มาจาก clip ของ Tim O’Reilly ซึ่งคนนี้ก็เป็นอีกคนที่ทำให้วงการ geoweb ตื่นตัว Tim O’Reilly พูดถึงเรื่อง web2.0 และ Web Square
______ไอเดียคือ Tim O’Reilly บอกว่า location information นั้นเป็น key ในการ integrate ข้อมูลต่างๆเพื่อจะพัฒนาไปสู่ “intelligent” web และมีส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ mobile sensors ซึ่งจะเชื่อมโยงเข้ากับ cloud information และแน่นอนที่สุดว่าท่านต้องพูดไปถึงเทคโนโลยีที่เรีกว่า augmented reality services
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
มิถุนายน 30, 2009
เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องที่กำลังพูดถึงในเรื่องของความบังเอิญ อันเกิดขึ้นใน Google Streetview โดยทาง CBSNEW ได้นำเรื่องการที่ขโมยสองคนถูกจับเพราะมีภาพปรากฏบน Google Street View
เกิดขึ้นที่ Netherland โดยเหยื่อกำลังขี่จักรยาน แล้วถูกสองคนร้ายกระชากกระเป๋า ขโมยส่ิงของมีค่าไป หลังจากที่เข้าแจ้งความทางตำรวจก็พยายามติดตามหาคนร้าย แต่เนื่องจากเวลานั้นไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ จึงทำให้คดีไม่ก้าวหน้าเพราะขาดภาพคนร้าย จนเมื่อเวลาผ่านเลยมาสักระยะ เหยื่อผู้เสียหายได้ไปพบว่ามีภาพของ ตัวเองปรากฏอยู่บน Google Street View เมื่อตรวจสอบสถานที่และช่วงเวลา ก็พบว่าตรงกับที่เกิดเหตุ จึงนำภาพเข้าไปพบตำรวจเพื่อให้ช่วยติดตามจับคนร้าย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวเล็กๆที่เกี่ยวกับแง่ดีของภาพบน Google Street View แต่ผมสงสัยจังถ้าเด็กคนนั้นร้องให้ช่วย คนขับรถที่บันทึกภาพ จะหยุดรถลงมาช่วยไหมนะ?
อ้างอิงจาก
http://www.cbsnews.com/stories/2009/06/19/tech/main5097879.shtml?tag=cbsnewsSectionContent.10
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
มิถุนายน 27, 2009
เดี่ยวนี้แนวโน้มการพัฒนาระบบ internet gis กลายเป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานหรือองค์กรที่ใช้ GIS กำลังจะพัฒนาหรือขยับขยายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการเผยแพร่ข้อมูล GIS ที่มีอยู่ไปสู่ผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด รวมไปถึงการพัฒนาโปรดักซ์หรือบริการที่สามารถสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับตัวข้อมูล ปัจจุบันการพัฒนาระบบสามารถทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก โดยผู้ใช้ที่ต้องการทำระบบอย่างง่ายแถบจะไม่จำเป็นที่จะได้มีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรมสักเท่าไหร่ เนื่องจาก software ไม่ว่าจะเป็น opensource หรือ commercial ก็ล้วนแต่พัฒนาส่วนของ UI ให้ใช้งานได้ง่ายแบบที่เรียกว่า clickonly แต่แน่นอนว่าขีดจำกัดก็ยังคงมีอยู่ โดยความสามารถในการพัฒนาระบบก็จะมีอยู่เท่าที่ซอฟต์แวร์จัดไว้ให้เท่านั้น
ที่จั่วหัวเรื่องนี้มาเพราะว่าผมอยากจะเขียนถึง Opensource software ตัวหนึ่งที่เน้นไปที่การพัฒนา GUI ให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาระบบ internet gis ขึ้นมาได้อย่างง่าย ภายใต้เครื่องมือและสิ่งแวดล้อมที่ซอฟต์แวร์จัดเตรียมไว้ให้ ซอฟต์แวร์ตัวที่ว่าคือ MapFish นั้นเอง Mapfish เป็น ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาบนภาษา python ซึ่งปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อไม่นานนี้ทางผู้พัฒนาได้ปล่อย โมดูล Map Fish Studio ขึ้นมาเพื่อลดข้อจำกัดในการใช้งานของผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย และสะดวกสบายในการ config ระบบ คล้ายๆกับการใช้ Geoserver นั้นเอง
Mapfish Studio ถึงจะเป็นแค่เวอร์ชั่นเริ่มต้นแต่ก็มีความน่าสนใจไม่น้อนเลยทีเดียวนะครับ โดยเฉพาะฟีเจอร์ Map file editor ที่ใช้งานได้ง่่ายและก็สะดวกดีไม่เบา ภายในประกอบด้วย 3 part หลักคือ data mangement, Map File editor และ Map Publishing สนใจแวะไปดาวน์โหลด mapfish มาใช้งานได้ที่ http://trac.mapfish.org/trac/mapfish/wiki
ทดลองใช้ Map fish studio ที่ http://ec2-79-125-52-245.eu-west-1.compute.amazonaws.com:5000/signin
Leave a Comment » | mapserver | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
มิถุนายน 27, 2009
หลังจากที่ผมเขียนถึง WWJava ไปแล้วก็มี email มาถามถึงซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกันสำหรับ .NET เพื่อจะทำ application แบบ 3D GIS วันนี้ผมมีอีกตัวมานำเสนอ ตัวนี้ชื่อ Insight3D
Insight3D ตัวนี้เป็น .net SDK ฟรี ตัวเก่งที่รองรับงาน 3D visualization สำหรับ GIS และ aerospace application รองรับการแสดงผล terrain 3D , ภาพถ่ายดาวเทียม, แบบจำลองสามมิติ และอื่นๆ ที่น่าประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ Insight3D ยังรองรับการทำ animation ได้อีกด้วยครับ ปัจจุบันมีการเผยแพร่ให้นักพัฒนาสามารถ download ตัว SDK ไปทดลองใช้งานได้ฟรี โดยที่ไม่เสียค่าจ่าย แต่มีข้อกำหนดคือต้องไม่นำไปใช้ในทางการค้าเป็นอันขาด ท่านที่สนใจเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.insight3d.com/ หรือจะแวะไปดาวน์โหลด SDK มาใช้ก็แวะไปได้ที่ http://adn.agi.com/detailedView.cfm?resourceId=240
อ้างอิงมาจาก
http://blogs.agi.com/insight3d/
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
มิถุนายน 23, 2009
ปัจจุบันเดี่ยวนี้ถ้าใครอยากจะทำ web mapping application ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่ายเข้าไปถูกขณะ เพราะเฟรมเวริ์คหรือซอฟท์แวร์ webmap client ดีๆมีการพัฒนาขึ้นเยอะมากกว่าแต่ก่อน วันนี้สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสไปสอนเรื่องการพัฒนาระบบ ผมเองก็ไม่ลังเลที่จะนำ Openlayer ซอฟท์แวร์ Opensource ดัวเก่งตัวนี้ไปสอน
Openlayers เป็น Web GIS Client ตัวหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับมากในการนำไปใช้ โดยเฉพาะในเรื่องการพัฒนา Web Mapping Aplication ขั้นสูง โดย Openlayers นั้นรองรับการทำงานบนเทคนิคใหม่แบบ web 2.0 เช่นรูปแบบการรับส่งบน AJAX , การทำงานกับ XML, KML, GEORSS รวมไปถึงรูปแบบการแสดงผลแผนที่ที่ใช้เทคนิค แบบ Tile Caching ผมชอล Openlayers ตรงความหยืดหยุ่นของการพัฒนาต่อ เพราะ core โมดูลส่วนใหญ่เป็น API ที่สามารถเรียกใช้งานได้ง่าย และสามารถขยาย Class หลักๆให้รองรับงานของเราได้ ลองเข้าไปดูรายละเอียดและดาวน์โหลดมาใช้งานได้ที่ http://openlayers.org
ปัจจุบัน(ล่าสุด) Openlayers ออกเวอร์ชั่นล่าสุด Openlayer 2.8 มาให้ได้ใช้งานกันแล้วครับ โดยในเวอร์ชั่นนี้ รองรับการทำงานกับรูปแบบไฟล์ ที่มากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของการประมวลข้อมูล ผมของ list ฟีเจอร์แจ่มๆมาให้ดูดังนี้ครับ
- Add support for multi-layer feature selection (รองรับการทำ Feature Selection บน Vector layers)
- Add GetFeatureInfo Control (แต่ก่อนต้องเขียนเอง)
- support for ArcXML (Opensource ที่ใจกว้างรองรับ ARCMIS)
- Support for new MapGuide “served tiles” (เป็น Super Tile Lasyer ตัวใหม่)
- Support for loading ArcGIS Server data (อันนี้ มาใหม่ไฉไลมาก)
- Added new WMS GetCapabilities format parser (XML Parser สำหรับ WMS Layerlist)
และอีกเยอะแยะตาแปะไก ลองเข้าไปดูรายละเอียดที่ http://trac.openlayers.org/wiki/Release/2.8/Notes นะครับหรือแวะไปดาวน์โหลดซอสโค้ดที่ http://openlayers.org/download/OpenLayers-2.8.zip
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
พฤษภาคม 21, 2009
ผมเคยประชาสัมพันธ์งาน Foss4G Conference 2009 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 ถึง 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552 นี้ ณ กรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้เว็บของ conference มีภาษาไทยแล้ว โดยเป็นการโปรโมทและจัดทำของ ดร.ไพศาล สันติธรรมนนท์ (http://thaigeospatial.blogspot.com/ )
ท่านที่สนใจและอยากทราบรายละเอียดของงาน ในรูปแบบภาษาไทยสามารถแวะเข้าไปชมได้ที่ http://2009.foss4g.org/index_th.html
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
เมษายน 24, 2009
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา mapserver ได้ประกาศปล่อยซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุดคือ 5.4.0 ออกมาให้ได้ใช้งานกัน โดยในเวอร์ชั่นนี้มีการแก้บักและ error สำหรับฟีเจอร์เด็ดๆที่อยู่ในเวอร์ชั่นนี้ได้แก่
* MS RFC 30: Support for WMS 1.3.0
* MS RFC 40: Label text alignment and wrapping
* MS RFC 44: Restore URL modification of mapfiles to pre-5.0 levels
* MS RFC 47: Move IGNORE_MISSING_DATA to run-time configuration
* MS RFC 48: GEOTRANSFORM Geometry operations
* MS RFC 49: Symbology, Labeling, and Cartography Improvements
* MS RFC 56: Improved security relative to untrusted directories and mapfiles
สามารถเข้าไปดาวน์โหลดซอสโค้ดได้ที่ http://download.osgeo.org/mapserver/mapserver-5.4.0.tar.gz
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
เมษายน 17, 2009
ผมนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ spatial database อย่างต่อเนื่องเพราะเห็นถึงประโยชน์และการนำไปใช้งานในระบบ GIS ตัวล่าุสุดที่ผมนำมาเขียนไว้คือ SpatialSQLite ซึ่งเวอร์ชั่นใหม่รองรับ Photo Geotagging ซึ่งเทคโนโลยีเรื่อง Geotagging ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่ค่้อนข้างนิ่งและกลายเป็นส่วนหนึ่งของโปรดักซ์ต่างๆ เช่นมือถือ ,PPC หรือแม้แต่กระทั่งกล้องถ่ายรูป
Photo Geotagging คือการนำ รูปภาพแที่ละข้อมูลการถ่ายภาพได้มาผนวกเข้าข้อมูลตำแหน่งจาก GPS โดยข้อมูลการถ่ายภาพ เช่นความเร็วชัตเตอร์, มุมถ่าย,ทิศทาง และพิกัด x,y จะถูกเก็บอยู่ใน header ของภาพในรูปแบบของ exfit ซึ่งสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Exchangeable_image_file_format
เทคโนโลยีนี้ช่วยได้มากในเรื่องของการออกสำเร็จเก็บข้อมูลภาคสนามที่ต้องมีการถ่ายภาพและทำการวัดค่าพิกัด x,y จาก GPS ซึ่งแต่เดิมต้องทำการวัดค่าพิกัดและจด key ที่มีความสัมพันธ์กับภาพที่ถ่ายและนำมาทำการ match กันทีหลังซึ่งวิธีนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่จะทำให้ข้อมูลสูญหาย Spatial Database อย่าง spatial sqllite ในการจัดการข้อมูล exif โดยจำทำการอ่านข้อมูล exif จากภาพและทำการจัดเก็บลงในรูปแบบตาราง ส่วนภาพก็จะถูกเก็บในรูปแบบ blob บน database การใช้งานก็ง่ายโดยมีขั้นตอนดังนี้นะครับ
1. เ ตรียมข้อมูลภาพที่ได้จากการเก็บข้อมูลซึ่งอยู่ในรูป exif photo
2. ไปที่เมนู import exif photo
3. โหลดข้อมูล ภาพและปับตั้งการอ่านข้อมูล exif
4.ทดลองพิมพ์คำสั่ง sql เพื่อเรียกดูข้อมูลที่โหลดเข้าไป
SELECT PhotoId, Photo, PixelX, PixelY, CameraMake, CameraModel,
DateTime(ShotDateTime), AsText(GpsGeometry), Srid(GpsGeometry),
GpsDirection, GpsSatellites, DateTime(GpsTimestamp), FromPath
FROM ExifPhoto
สรุปอีกสักที่อย่างที่เห็นนะครับ geotagging มีประโยชน์และจับต้องได้ ท่านมีกล้องแล้วซื้อ GPS bluetooth บวกับซอฟต์แวร์ก็สามารถทำงานได้แล้ว การ implement ระบบจัดการข้อมูลก็สามารถใช้ spqtialsqlite ได้ซึ่งง่ายกว่า แต่ก่อนที่ผมทำระบบแบบนี้เรา้ต้องสร้าง schema บน database เอง และต้องเขียน python สำหรับอ่าน exif tag ปัจจุบันแค่คลิ๊กก็ทำได้แล้ว
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
เมษายน 17, 2009
ISC offers มีการนิยามคำศัพท์นี้ โดยเป็นการนำเสนอที่งาน GITA Geospatial Infrastructure Solutions (GITA) ว่า
“Hybrid GIS is the merging of traditional geographic information systems with the new products and services of the GeoWeb.”
สรุปเป็นภาษาชาวบ้านคือ Hybrid GIS เป็นรูปแบบของรวมเอา GIS แบบเดิมเข้ากับ Geoweb ซึ่งปัจจุบันเป็นระบบที่ต่างประเทศกำลังนิยม ถ้ายังพอจำได้ผมเคยกล่าวถึง Neogeo มาแล้ว Hybrid GIS ต่างกับ NeoGeo ตรงที่ว่า Hybrid GIS มีการใช้รูปแบบของซอฟต์แวร์ GIS ที่เป็น standalone software อยู่แต่สามารถทำงานร่วมกับข้อมูลที่มาจากระบบของ Map Serveice ได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Hybrid GIS ได้ที่ http://www.prweb.com/releases/2009/hybridgis/prweb2328484.htm
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
เมษายน 17, 2009
Google Map ได้เพิ่มชั่นข้อมูลใหม่คือ Live Web Cams ลงในระบบ โดยผู้ใช้สามารถถ่ายทอดสดข้อมูลภาพและเสียงจากกล้อง webcam และส่งข้อมูลมาแสดงผลแบบ realtime บน google map ได้ โดยข้อมูลจะถูกส่งผ่านทาง webcams.travel ซึ่งเป็น web application ที่รองรับการ post ไฟล์ vdo และการส่งข้อมูล vdo แบบ streaming โดยสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ที่ http://th.webcams.travel/
การใช้งานไม่ยากอะไร เราสามารถเลือก TAB More และเลือก webcam layer ให้ปรากฏข้อมูลจาก webcam ก็จะแสดงผลแผนที่และสามารถแชร์ให้เพื่อนๆได้เข้ามาดูได้ และสามารถค้นหาข้อมูลจาก webcam ได้จากเงื้อนไขเชิงพื้นที่ด้วยครับ
http://maps.google.com/?ie=UTF8&ll=51.727028,-20.917969&spn=60.862663,224.296875&z=3&lci=com.google.ugc.c752d13e87c4fbd7
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
เมษายน 9, 2009
วันนี้มีข่าวของ spatiallite มาฝากสองเรื่องสั้นๆครับ เรื่องแรกคือ spatialite 2.3 ออกแล้วครับเวอร์ชั่นนี้เพิ่มความสามารถในการปรับปรุง GUI tool v1.2 และ build ไลบารี PROJ.4 4.6.1 ,GEOS 3.1, SQLITE 3.6.12 นอกจากนี้ยังรองรับ EXIF GPSPhoto ซึ่งเป็นโมดูลเสริมที่หลายคนนำมาใช้ในการพัฒนา application
นอกจากนี้ข่าวที่สอง QGIS 1.1 ยังรองรับการทำงานกับ Sptialite 2.3 ซึ่งทำให้การใช้งานและการนำข้อมูล GIS มาใช้ในการวิเคราะห์ได้ง่ายมากขึ้น โดย Alessandro Furieri ได้ประกาศฟีเจอร์ Data Provider นี้บน spatialite user Group ทำให้ปัจจุบัน Spatialite น่าจะเป็นอีกรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูล GIS ที่หลายคนสนใจและนำไปใช้มาขึ้นในอนาคต ท่านที่สนใจแวะไปดาวน์โหลดโปรแกรมมาใช้ได้ที่ http://www.gaia-gis.it/spatialite/binaries.html
อ่านบทความที่เ กี่ยวข้องกับ spatialite ได้ที่
http://emap.wordpress.com/2009/03/22/spatiallitegis-module-on-sqllite/
1 ความเห็น | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007
เมษายน 7, 2009
หยุด 3 วันทำให้มีโกาสได้พักและมีแรงมีพลังกลับมาลุยงานกันอีกครั้ง ผมเองไม่ได้ไปไหนนั่งๆนอนๆอยู่ที่บ้าน ตกดึกก็เร่งเคลียร์งานที่ค้างๆไว้ให้หมด อีกไม่กี่วันก็จะได้หยุดยาวกันอีกรอบแล้ว วันนี้จะมาเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการรับสมัครงานครับ ช่วงนี้หลายคนก็บ่นว่างานหายากไม่ว่าจะชาติไหนๆบนโลก ณ สภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอย่างนี้ แต่ผมเองไปสะดุดกับคุณสมบัติการรับสมัครงานของที่หนึ่งในอเมริกา เค้ารับสมัครนัก GIS ในตำแหน่ง Geospatial Analysis โดยมีการกำหนดคุณสมบัติที่แตกต่างจากที่อื่นคือ อยากได้ผู้สมัครที่มี skill ทั้ง paleo แ ละ neogeographer’s และมีอีกหลายๆที่ที่เป็นการประกาศรับสมัครนัก GIS ก็จะคล้ายกัน
Computing skills
Can use both the paleo andneogeographer’s tools.
Comfortable with the words batch, scripts, command prompt.
Knows that a database is more than just dbfs and MS Access.
Can break (it’s okay to make mistakes) and fix systems.
Cartographic design skills
Analytical skills
Understands both people and pixels. Knowledgeable not only with spatial entities, topology, projections, etc.; but more with the inter-relationships of the spatial environment and the human society that influence it.
ทำให้เห็นว่าเดี่ยวนี้นอกจากจะมีความรู้ความเข้าใจด้าน Geoinfomatic แล้ว(paleo) ยังต้องมีความรู้และสามารถพัฒนาระบบจาก Geo mushup API เช่น Google Map, Yahoo Map ได้ด้วย ดังนั้นท่านที่กำลังตกงานหรือกำลังมองหางานใ หม่ๆอยู่ก็ลองศึกษาและเรียนรู้ ในเทคโนโลยีใหม่ๆเหล่านี้ไว้้างก็ไม่เสียหายนะครับ นอกจากคำว่า neogeography ที่เป็นคำศัพท์ใหม่ที่เรียกกลุ่มผู็พัฒนาระบบ GIS ด้วย Mushup API และ Web 2.0 Tecgnology แล้ว ยังมีคำศัพท์ใหม่ เช่นการเรียกยุคของ GIS ว่าเป็น AG (After Google) หรือ BG (Before Google) ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ผมยกมาเขียนให้ดูนั้นเป็นสิ่งที่แสดงว่า เทคโนโลยี IT ใหม่ๆซึ่งกำลังพัฒนานั้นมันมีผลต่อทิศทางการพัฒนาของ GIS ด้วยเช่นกันและมีทิศทางไปในทางเดียวกันครับ
Leave a Comment » | Uncategorized | ลิงค์อ้างถึง
โพสต์โดย pkgis2007