กลับมาแล้วครับ หลังจากหายไปสามเดือนไป(แต่จริงๆก็ไม่ได้หยุดถึง ยาวนานเพราะมีงานเข้ามาตลอด แต่ในปริมาณที่ลดลง ) พักผ่อนฟื้นฟูสุขภาพ แบบเต็มพิกัด เพราะโหมทำงานหนักมาตลอดหลายปี ผมเองได้มีโอกาส นอนแบบเต็มที่และได้ไปฝึกการใช้ชีวิต เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายแบบ ชีวจิต ทั้งเรื่อง กิน นอน พักผ่อน จิตใจ และการทำงาน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ ร่างกายผมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ รู้สึกเลยว่าการใช้ชีวิตแบบสมดุลนั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพทั้งร่างกาย และจิตใจมาก
การได้หยุกพัก ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงานมากนัก มันก็ทำให้สมองโล่งและเกิดไอเดียใหม่ๆได้มากพอสมควร ผมมีเวลาได้ไปทดลองทำอะไรใหม่ๆเยอะ ที่แต่ก่อนไม่ค่อยมีเวลาทำ ได้ไปศึกษาอะไรเพิ่มเติม ในศาสตร์ขแนงอื่นๆ ที่ไม่ได้เรียนมา รู้สึกเลยว่าบางครั้งการทำอะไรอย่างเดียวไปนานๆ มากๆถึงจะเชี่ยวชาญแต่ก็เกิดความเบื่อหน่ายและตีบตันได้ ผมมีโอกาสได้อ่านเรื่องของ คุณสเตฟานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ชื่อดังจากนิวยอร์ก ที่เปิดบริษัททำงานออกแบบ ชิ้นงานชื่อดังระดับโลก ผมชอบแนวคิดของเขาที่ว่า ทุก 7 ปีจะปิดบริษัท 1 ปี เพื่อให้ตัวเขาเองและลูกน้องได้พักผ่อน หาแรงบันดาลใจ ทดลองทำอะไรใหม่ หรือเดินทางไปในที่ที่อยากไป แนวคิดนี้เริ่มจากการที่ตัวเขา ทำงานมากๆ แล้วเริ่มจะตีบตัน แม้จะเป็นงานที่เขารัก แต่การทำงานไปนานๆ ย่อมเกิดการตื่นเขินของบ่อความคิดสร้างสรรค์ การเดินทางไปเห็นสิ่งใหม่ๆ การได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ ย่อมทำให้ได้รับแรงบันดาลใจ ซึ่งสิ่งนี้เอง เป็นสิ่งสำคัญในทุกสาขาอาชีพ การทำงานไปวันๆขาดแรงบันดาลใจ ที่เป็นสิ่งกระตุ้น ย่อมยากที่จะทำงานออกมาให้ดีเลิศ และประสบความสำเร็จ การได้พักผ่อนและออกไปหาไอเดียใหม่ๆย่อมมีประโยชน์ต่อตัวเอง ที่สำคัญ คุณสเตฟานมองว่า คนเราไม่ควรจะเริ่มออกเที่ยวและพักผ่อนเฉพาะยามแก่เท่านั้น เพราะเมื่องถึงเวลานั้น ความสามารถในเสพความงาม และความสุขย่อมน้อยลง และไม่อาจมีอะไรมาการันตีได้ว่า เราจะมีวันนั้น….














