Find you from Geolocation

______รู้สึกว่าปัจจุบันเรื่องของตำแหน่ง(location) นั้นกำลังเข้ามามีบทบาทใน Application ด้านต่างๆมากขึ้น สืบเนื่องมาจากเรื่องของอุปกรณ์บอกตำแหน่งเช่น GPS มีราคาถูกและกลายเป็น option ที่ปกติที่ติดกับอุปกรณ์สื่อสารผกพาเช่นโทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญผู้พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างต้องการนำเอาค่าพิกัดตำแหน่งของผู้ใช้เข้าไปร่วมกับการประมวลผลต่างๆเช่นการประมวลผลสืบค้นข้อมูล ซึ่งแน่นอนว่าการสืบค้นประเภทนี้ย่อมมีการใช้ความสัมพันธ์เชิงตำแหน่งเข้ามาร่วมในการสืบค้น และรวมไปถึงการจัดเก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลที่มีการสร้างความสัมพันธ์เชิงตำแหน่งร่วมเข้าไปด้วย ในรูปแบบ Spatial Database

______การหาค่าพิกัดตำแหน่งนั้น นอกจากจะคำนวณจาก GPS ซึ่งเป็นอุปกรณ์ระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียมเพียงอย่างเดียวแล้วปัจจุบันเรายังมีทางเลือกในการคำนวณตำแหน่งจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทั้งแบบ wifi hotspot,Cell site  หรือจะคำนวณหาจากค่า Mac address รวมๆแล้วเรียกว่า เทคโนโลยีระบุตำแหน่งแบบ Geolocation ซึ่ง Geolocation นี้เป็นหนึ่งใน มาตรฐานของ HTML5 ที่อุปกรณ์พกพาและโปรแกรม web browser รุ่นใหม่ๆรองรับ เพื่อผนวกรวมเอาค่าพิกัด ณ ปัจจุบันของผู้ใช้ทั้งจาก GPS ,WIFI,Cellsite และจากวิธีอื่นๆมาใช้ใน Application โดยผู้พัฒนาเขียนโปรแกรมติดต่อการคำนวณหาตำแหน่งแบบมาตรฐานผ่าน Geolocation API บน layer นี้ซึ่งจะง่ายต่อการพัฒนา วันนี้ผมมีเทคนิคและวิธีการคำนวณหาค่าพิกัดด้วย Geolocation API มานำเสนอ

Geolocation API specification

______ Geolocation API specification มาตรฐานของ HTML 5 สำหรับการเขียนโปรแกรมเพื่อเรียกพิกัดของตำแหน่งปัจจุบัน โดยสามารถดูรายละเอียดได้จาก http://www.w3.org/TR/2008/WD-geolocation-API-20081222/ ซึ่งปัจจุบัน โปรแกรม Web Browser หลายตัวก็สนับสนุนการทำงานเช่น Firefox,Chrome,Safari,Opera (ยกเว้น IE อยู่ระหว่างการทดลอง) การเขียนโปรแกรมก็ไม่ยุ่งยาก สามารถเขียนในรูปแบบการ Getposition และแบบการ track position

function showMap(position) {
alert(position.coords.latitude+’,’+ position.coords.longitude).
}
// One-shot position request.
navigator.geolocation.getCurrentPosition(showMap);
กรณีที่ต้องการ track ตำแหน่งตลอดเวลา ก็ใช้
var watchId = navigator.geolocation.watchPosition(showMap);
เมื่อต้องการหยุดการ track ก็ทำลาย object โดยใช้คำสั่ง
navigator.geolocation.clearWatch(watchId);
____ ทดสอบการใช้งานได้ที่ http://html5demos.com/geo โดยท่านทำการอนุญาติให้ web browser เข้าถึงพิกัดก่อน โดยทำการ set permission เพื่อ share location การหาตำแหน่งก็จะคำนวณค่าพิกัดจากการสนับสนุนการหาตำแหน่ง ซึ่งขึ้นกับเครื่องปลายทาง ถ้ามี GPS และเปิด ตัว API ก็สามารถเข้าถึงและเรียกดูได้ หรือถ้าไมีก็อาจจะคำนวณหาจาก Cell site ของจุดจ่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งแน่นอนว่าความถูกต้องของพิกัดก็จะลดลงกว่าการหาตำแหน่งด้วยระบบ GPS  โดย Geolocation data ที่ได้ประกอบด้วยค่า พิกัด(lat,lon on WGS84) , accuracy, Speed, heading direction โดยเราสามารถสกัดค่าเหล่านี้ได้จาก javascript API
ตัวอย่างการ share location
ตัวอย่าง application
YQL Geo Library
______YQL Geo Library เป็น Javascript geolocation Lib ที่ผมชอบและใช้งานอยู่ โดยตัวนี้ทำงานได้บน Geolocation API และเพิ่มความสามารถการหาตำแหน่งจาก IP address รวมถึง Geocode Service และ Reverse Geocode service ความสามารถล้นหลายทำงานแบบ API แวะไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีที่ http://isithackday.com/hacks/geo/yql-geo-library/ ผมมีตัวอย่างการหาตำแหน่งแบบ Geolocation ของ lib ตัวนี้มาแนะนำ
yqlgeo.get(‘visitor’,function(o){
alert(o.place.name + ‘,’ + o.place.country.content +
‘ (‘ + o.place.centroid.latitude + ‘,’ +
o.place.centroid.longitude + ‘)’
);
});
ข้างบนเป็นตัวอย่างการหาพิกัดของ visitor ที่เข้า web ผ่าน w3c Geolocation API แบบ YQL
yqlgeo.get(’217.12.14.240′,function(o){
alert(o.place.name + ‘,’ + o.place.country.content +
‘ (‘ + o.place.centroid.latitude + ‘,’ +
o.place.centroid.longitude + ‘)’
);
});
code ข้างบนเป็นการหาค่าพิกัดจาก IP address โดยสามารถระบุประเทศและตำแหน่งโดยประมาณได้
GeoIP API
_____Geo IP API เป็นระบบที่มี free IP database สำหรับการคำนวณค่าพิกัดจาก IP address ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ได้กับ Web Application โดยผ่าน API ในภาษาต่างๆ เช่น PHP,Python, C# เป็นต้น สามารถไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.maxmind.com/app/python ผมเองใช้ตัวนี้ผ่านทาง python มีตัวอย่างการใช้งานมาแนะนำดังนี้ครับ
import pygeoip
import os
os.chdir(r’C:\Users\user\Desktop\GEOIP’)
gic = pygeoip.GeoIP(‘GeoLiteCity.dat’)
print gic.record_by_addr(’125.26.9.54′)
code ด้านบนเป็นการหาพิกัดจาก Ip address
ตัวอย่างผลลัพธ์การหาพิกัดจาก IP address
ถ้าต้องการหาพิกัด จาก Domain name ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับดังนี้
gic.record_by_name(‘google.com’)
ผลลัพธ์การหาพิกัดจาก domain name

อ้างอิงจาก

Drupal GeoCMS

______วันนี้จั่วหัวมาถึง GeoCMS บน WebCMS ชื่อดังอย่าง Drupal เพราะผมก็เป็นอีกคนที่หลงรัก Drupal และก็ใช้เจ้า Drupal มาสักปีกว่าแล้ว ด้วยความชื่นชอบและนิยมส่วนตัวประกอบกับผมชอบความยืดหยุ่นในการเขียน module หรือการปรับแต่เพิ่มเติม code ด้วย PHP ที่ทำได้ง่ายกว่า CMS ตัวอื่นๆที่สำคัญเหตุผมหลักของการเลือกใช้ Opensource Software นั้นคือ Community ต้องแข็งแกร่งและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผมเองไม่ขอบรรยายสรรพคุณของ Drupal อะไรมากเพราะถ้าคนที่เป็น developer ซึ่งใช้ CMS อยู่แล้วน่าจะรู้จัก Drupal ดีหรือไม่อย่างน้อยท่านน่าจะผ่านตากับเวทีการเปรียบมวยของ CMS ซึ่งมีทุกปีและแน่นอนว่าปี 2010 Drupal ก็เข้าวินอีกตามเคย ผมมีการเปรียบมวยจากกูรูเมืองไทยมาให้อ้างอิงด้วย เผื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและทางตัดสินใจด้วยครับแวะไปดูได้ที่ http://blognone.com/node/15849

_______ประเด็นที่จะเขียนคงไม่ได้ไปเน้นที่ Drupal เพราะผมเชื่อว่ามีคนเขียนมากแล้วในหลายด้าน แต่งานด้าน GIS ไม่มีหรือมีน้อยมาก ประกอบกับความเข้าใจผิดของคำว่า GeoCMS (Geo Content Management) ที่คนส่วนมากเข้าใจว่าการนำข้อมูล GIS ไปใส่ CMS ทำได้แค่การให้ user เผยแพร่แค่ภาพแผนที่ (Bitmap) คล้ายกับการจัดการ content ที่เป็น image หรือ bimap ทั่วไป สูงมาหน่อยอาจจะมี Google Map มาร่วมบ้างแต่ก็ยังไม่ full scale ในงานด้าน Geoinfomatic ผมเลยอยากนำเสนอ Drupal Openlayer Module ซึ่งทำหน้าที่รองรับการสร้าง content ที่เกี่ยวกับ Spatial จากผู้ใช้ทั้งจากการระบุตำแหน่ง x,y หรือการสร้าง Geocontent แบบ Simple Feature ชนิด WKT ผ่านทางเครื่องมือของ Openlayer นอกจากนี้ยังรองรับการ integrate การทำงานกับ WebGIS ชนิดต่างๆทั้ง Google Map,Yahoo Map, OSM, WMS เป็นต้น ที่สำคัญเราสามารถ customize ตัว template ของ Module ได้ วันนี้ผมขอนำมาสาธิตการใช้งานให้ได้ดูกันครับ โดยกรณีศึกษาผมทำระบบ WebGIS for Climate Change โดยใช้ Drupal GeoCMS +Mapserver+tilecache+Openlayer+pyWPS (online heatemap and Spatial analysis) +Postgresql+Postgis

1. เข้าสู้หน้าแรกของ CMS

2. สร้าง Blog Content จากผู้ใช้

3.  Create Forum สำหรับการสื่อสารและแลกเปลี่ยนของผู้ใช้

4.  WebGIS Application

5.  ขั้นตอนการสร้าง Map Service Content สำหรับ GeoCMS Application

- 5.1 การสร้าง Layers จาก WMS Server

- 5.2 กำหนด presets สำหรับ Map  Content

6. ขั้นตอนการนำเข้า เก็บข้อมูลจากผู้ใช้ บน Drupal GeoCMS

- 6.1 ผู้ใช้ ทำการสร้าง content เหมือนกับการสร้าง Content ทั่วไป

- 6.2 เลือก Map Content สำหรับนำเข้าข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial)

-6.3 เพิ่ม content เชิง attribute ลงไป รวมถึงการกำหนดรูปภาพและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเชิงตำแหน่ง

-6.4 สร้างข้อมูล Spatial Feature บน Application โดยข้อมูลจะเข้ารหัสในรูปแบบ WKT

ผมทำการ digitize จุดตำแหน่งของพื้นที่เป้าหมายลงไป

- 6.5 ทำการ SAVE และตรวจสอบผลลัพธ์ของ Content ที่สร้างขึ้น

- 6.6 ข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ใช้ นำเข้าสู่ระบบก็จะไปรวมอยู่ที่ฐานข้อมูล Postgresql และแสดงผลบน WebGIS Application ที่เราสร้างไว้บน CMS ได้ดังภาพครับ

______จากการสาธิตผมว่า Drupal Openlayer  น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการนำเอา CMS ไปใช้จัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันข้อมูลเชิงพื้นที่ (spatial) ก็เป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่มีความสำคัญในระบบสารสนเทศ และมีบทบาทที่ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ จัดการและนำไปแก้ไขปัญหาต่างๆได้ การใช้ GeoCMS ร่วมกับ WebGIS จึงน่าจะมีบทบาทและถูกนำไปใช้มากขึ้นในอนาคต ตัวอย่างที่สาธิตก็เป็นอีกกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า Drupal สามารถรองรับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์(GIS)และ location Base service (LBS)ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเป็น CMS เพียงไม่กี่ตัวที่สามารถทำได้ครับ

Handling Real-time Geostreams

_______ห่างหายไปหลายวันกับการ update blog เนื่องจากโรคประจำตัวกำเริบจึงไปฟื้นฟูร่างกายให้หายดีสักก่อน เดิมผมมักจะอิจฉาคนรวยที่ขับรถราคาแพงๆ แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกอิจฉาคนที่มีสุขภาพดีไม่ต้องกินยาเป็นกำๆมากกว่า เพราะว่าการมีสุขภาพที่ดีเป็นสมบัติที่สำคัญที่สุด ต่อให้มีเงินมากมายแต่สุขภาพไม่ดีชีวิตก็ไม่มีความสุข เงินที่ได้มากก็ต้องนำมาจ่ายค่าหมอ ค่ายาจนหมดไป

______ผมขึ้นหัวข้อในตอนนี้ว่า Handling Real-time Geostreams เพราะเป็นเรื่องราวที่กำลังศึกษาอยู่ เนื่องจากปัจจุบันการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นแบบ realtime ดูจะเป็นเรื่องที่จำเป็นในระบบสารสนเทศ ประกอบกับโปรแกรมประยุกต์บางประเภทก็มีความจำเป็นที่ต้องมีการติดต่อแบบสองทาง รวมถึงการนำข้อมูลแบบ real-time มาใช้ในการประมวลผล ตัวอย่างเช่น LBS ที่มีการนำข้อมูลตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้มาร่วมใน application และมีการส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติกลับไปยังผู้ใช้เช่นเดียวกัน ซึ่งข้อมูลเชิงตำแหน่ง ก็มีรูปแบบมาตรฐานที่ใช้ใน Geostreams สองแบบหลักๆคือ GeoRSS และ GeoJson ซึ่งทำงานบน http protocol ได้ค่อนข้างดี ผมเองทดลองพัฒนา application สำหรับงาน LBS บน android และใช้ การ streaming ข้อมูลแบบปัจจุบันแบบ geojson ผลปรากฏว่ารองรับข้อมูลจำนวนมากได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ผมทำการแปลงข้อมูล POI และข้อมูล Event ที่เก็บบน Spatial database และส่งออกมาผ่าน web service ในรูปแบบ geojson มาแสดงบน application โดยการแสดงข้อมูลนั้นจะแสดงเฉพาะ ขอบเขตบริการที่คำนวณจากพิกัดจาก GPS บนมือถือของผู้ใช้ ที่สำคัญ geojson นั้นมีการแสดงผลและการอ่านข้อมูลเชิงตำแหน่งก็ทำได้เร็วและง่าย และที่สำคัญรองรับการทำงานแบบ Geometry Collection ซึ่งทำให้สะดวกในการสร้าง Multi scale Feature

ตัวอย่าง miniLBS ที่ผมใช้ Geojson แสดงตำแหน่งร้านอาหาร บน android app

_______แนวคิดการใช้งานข้อมูลเชิงตำแหน่ง แบบ Geostreams ปัจจุบันมีการใช้งานค่อนข้างแพร่หลายในพวกที่เป็น Location Based Social Networks เช่น Twitter, Facebook เป็นต้น ผมมี vdo clip ของ Raffi Krikorian จาก youtube  มาฝากพูดถึงเรื่อง Handling Real-time Geostreams เป็นแนวทางการเรียนรู้เริ่มต้นที่ดีสนใจแวะเข้าไปดูได้ที่

ไปดาวน์โหลด pdf ของงาน where 2010 ได้ที่

http://assets.en.oreilly.com/1/event/34/Handling%20Real-time%20Geostreams%20Presentation.pdf

Location Based Social Networks : Four square (LBS 3)

_______คำว่า “Location Based Social Networks” กลายเป็น topic ที่อยู่ในกระแสการพูดถึงมากในขณะนี้ครับ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ใหม่ดังที่ผมเคยได้พูดไปแล้ว แต่ตอนนี้หลายกลุ่มหลายบุคคลนำเอาหัวข้อนี้ไปใช้ในการทดลองและพัฒนา รวมไปถึงบริษัทเกิดใหม่ที่กำลังพัฒนาบริการเครือข่ายสังคม เรื่องของ Social Location APIs มีการนำไป implement กันค่อนข้างมากในรูปแบบบริการ รวมถึงระบบ Location base service ผมมีตัวอย่างมาให้ดูกันครับว่าเยอะมากขนาดไหน

Aka-AkiBelysioBliinBlumapiaBlummiBrightkiteBuddy BeaconBuddycloudBuddyMobBuddyWay,buzzdCarticipateCentrlCitySenseComeTogethrDodgeballDopplrDuzineEagleTweet,FindbyClickFindMeFlaik,Footprint HistoryFourSquareFoyajeFracedFriend MapperFriends on FireGeoMeGeoSpotGeoUpdaterGlympseGoogle LatitudeGowallagpsMEGrindrGroovr,GyPSii,IClosebyiPlingIpokiIRLJentroJunaioLightPoleLimboLocaccinoLocatikLocatrixLocr,LocleLokiLooptMapMeMap My TracksMatch2Blue,MeetMoiMeet Now LiveMicrosoft VineMizoon,MobilarisMobiLuckMologogoMoximitiMy AdventuresMyGeoDiaryMyGeologMyrimismyWingman,NAV2USNow HereNulazPlazesPocket LifePownceQuiroQliqueRummbleShizzowSkobbler,SkoutSniffSnikkrSocialightSparrowSpot AdventuresSpotJotsStalqerThe GridToaiTooio,TownKing TownQueenTrackutTrapsterTripitTroovyTwibbleTwinkle,TwittelatorUnypeweNear,WHERE™Whereis Everyone WhereYouGonnaBeWhrrlZhiingZintin

_______นี้เป็นเพียงบางส่วนของบริการที่ได้รับความนิยมเท่านั้น โดยพวกกลุ่ม Location Based Social Networks นี้ทาง bdnooz เป็นผู้รวบรวมทาง bdnooz เป็นกลุ่มและเป็นที่แลกเปลี่ยนของนักพัฒนา LBS ที่ค่อนข้าง active ที่สุดในตอนนี้ ผมเองก็เป็นขาประจำของ web นี้ ผมรับรองว่าถ้าใครอยากศึกษาเรื่องราวของ LBS อ่านเนื้อหาทั้งหมดใน web นี้จะทำให้เห็นภาพรวม แนวคิดหลักและ ไอเดีย ของทั้งหมดซึ่งจะสามารถนำไปต่อยอดได้แน่นอน และเนื่องจาก LBS เป็นเทคโนโลยีจึงมีการแลกเปลี่ยนและจัด conference ขึ้นหลายงานในรอบปี ดังเช่นงาน LBS LATAM 2010 หรืองาน metaplace ที่กำลังจะมาถึง ทั้งหมดทั้งมวลที่นำมาเสนอเป็นเพียงตัวอย่างของการนำเอาสารสนเทศเชิงตำแหน่ง มาใช้แท้จริงแล้วเราสามารถนำมาพัฒนาร่วมกับระบบสารสนเทศทางธุรกิจ และระบบสารสนเทศอื่นๆได้อย่างมากมาย ซึ่งปัจจุบันเน้นไปที่การ converge กันของระบบต่างๆ ในหลายๆตัวอย่าง Location Based Social Networks เน้นไปที่การนำเสนอบริการและสินค้า ซึ่งมีความสัมพันธ์กับตำแหน่ง ณ ขณะเวลาปัจจุบันของลูกค้าหรือผู้ใช้ ซึ่งแนวคิดนี้น่าจะนำมาใช้กับงานธุรกิจท่องเที่ยวในบ้านเราได้ เพื่อเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้า ร้านอาหาร ที่พักและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอื่นๆ ในโอกาสหน้าถ้ามีเวลาผมจะนำกรณีศึกษามาให้ดูกันนะครับ

_______ ผมว่าปัจจุบันในเมืองไทยมีการใช้แผนที่และข้อมูลเชิงตำแหน่งมากขึ้น มากขึ้นกว่าอดีตค่อนข้างมาก ตั้งแต่ยุคแรกในยุคของ Google Map และ Google Earth ยุคซึ่งเราทุกคนตื่นเต้นกับการดูหลังบ้านตนเองจากมุมมองของนก จนมาถึงยุคที่สองยุคของการ checkin ผ่าน fourth square ผมเองได้อ่านบทความของ Location Based Social Networks ในเมืองไทยหลายชิ้น ส่วนมากจะเน้นไปที่เรื่องของการใช้งานในด้านการตลาดและธุรกิจ เช่น บทความของคุณ pawoot ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่อง LBS กับ Marketing (http://www.pawoot.com/article/social-network-marketing/536) รวมไปถึงเรื่องของการนำเอง AR มาใช้กับ LBS  สำหรับผมเองชอบและสนุกสนานกับการเรียนรู้เทคโนโลยีพวกนี้ ผมเองจะหนักไปที่การศึกษาด้านเทคนิค การทำงานที่อยู่เบื้องหลังเพราะเป้าหมายแล้ว นอกจากการใช้งานแล้ว ตัวผมเองอยากพัฒนาให้เป็นด้วย เขียนถึง Location Based Social Networks วันนี้จะมานำเสนอการใช้งาน Location Based Social Networks ชื่อดังอย่าง four square ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งาน Location Based Social Networks มีสองรูปแบบครับ แบบแรกคือส่วนของการใช้งานทั่วไป และแบบที่สองคือการพัฒนาหรือการใช้งานผ่าน  Social Location API นั้นเอง วันนี้ขอนำเสนอรูปแบบแรกสามัญก่อน เพื่อเป็นการบอกเล่าและส่งต่อประสบการณ์การใช้งาน Application ประเภท LBS นี้ ผมเชื่อว่าหลายคนที่ชำนาญ GPS อาจจะยังไม่รู้จักและเคยได้ทดลองใช้ Application ประเภทนี้ก็เป็นได้ ขั้นตอนการใช้งานง่ายๆดังนี้นะครับ

1. เข้าไปสมัครใช้งานได้ที่ http://foursquare.com/

2. เข้าไป join now เพื่อเริ่มเข้าใช้งาน ท่านสามารถใช้ account ของ Social Network เช่น twitter , Facebook เป็นต้น

3. เริ่มหาเพื่อน ชวนเพื่อนในเครือข่ายสังคมมาใช้บริการ หรือผู้ที่มี account บน fourth square มาร่วมกับเครือข่ายของเรา

4. Download ติดตั้งโปรแกรม four square บนมือถือครับ มีทุก platform เช่น Iphone ,Android , BB, Plam รวมถึงการเข้าถึงผ่านทาง mobile browser ทาง http://m.foursquare.com/ โดยเราสามารถส่งข้อความ และค่าพิกัดของสถานที่เข้ามายังระบบของ four square ได้ทั้งผ่านทาง GPS หรือใช้ค่าพิกัดจาก Cell site และ IP location ก็ได้ครับ

5. Check in บอกให้โลกรู้ว่าคุณไปเที่ยวหรือไปทำกิจกรรมในสถานที่ โดย foursquare จะมีการเข่งขันการ checkin โดยมีการให้คะแนนกับผู้ใช้ที่เข้าไป check in หรือทำกิจกรรมที่น่าสนใจในสถานที่ต่างๆ มีแรงจูงใจจากการได้คะแนน และมีตำแหน่งรางวัล badges หรือถ้าเป็นขาประจำของสถานที่ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม หรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งบ่อยจะได้เป็น Mayor ไปเลย ส่วนการให้คะแนนหรือ point นั้นมีเกณฑ์การให้ตามช่วงเวลา ที่แตกต่างกันครับ เช่น วันทำงาน จ-ศ ให้คะแนนหลัง 4.00 โมงเย็น นอกจากนี้การให้คะแนนมีการแบ่งเป็นประเภทอีก อันนี้สามารถอ่านรายละเอียดได้จากคู่มือการใช้งานครับ

โชว์ตำแหน่งและโชว์รายละเอียดของการไป check-in

คะแนนก็จะปรากฏ คิดแต้มตามเกณฑ์

______ความสนุกคงเป็นการแข่งขันในการทำแต้มและการเข้าเป็น Mayor ของสถานที่ต่างๆ โดยการแสดงผล หรือแสดงข้อความ review หรือรายการของกิจกรรมที่ไปทำยังสามารถแชร์ผ่านทาง Facebook และ twitter ได้อีกด้วย ที่สำคัญเรายังสามารถดูได้อีกว่าตอนนี้เพื่อนในกลุ่มนั้นอยู่ตรงไหนกัน อ่านมาถึงตรงนี้แล้วถ้าอยากรู้ว่ามันสนุกแค่ไหน ลองชวนเพื่อนแข่งกัน check in ดูสิครับ ผมเชื่อว่าถ้ายังมีไฟและไม่แก่เกินไปที่จะสนุกกับเทคโนโลยี Foursquare จะเป็นอีกหนึ่งบริการทางเครือข่ายสังคมที่ท่านชอบครับ

Longdo Traffic

______ผมรู้สึกว่าตอนนี้กรุงเทพกลายเป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่ไปแล้วเพราะนอกจาก อากาศที่ร้อนเอาร้อนเอายังมีความลำบากในการเดินทางและการจราจรเพิ่มขึ้นไปอีก เนื่องจากเดิมถนนในกรุงเทพก็แทบจะไม่เพียงพอต่อปริมาณรถที่มากมายมหาศาล ตอนนี้ยังต้องมาเจอวิบากกรรมจากนักเรียกร้องประชาธิปไตยที่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นๆอีก นอกจากที่หลายคนยังไม่เห็นใจตอนนี้กลายเป็นว่าเริ่มมีความรู้สึกเดือดดาลเนื่องจากความเดือดร้อนในการเดินทาง

ภาพผู้ชุมนุมบนถนนใจกลางเมือง จาก กรุงเทพธุรกิจ (Nation Group)

______เมื่อจราจรติดขัดเทคโนโลยีก็มีส่วนร่วมในการช่วยบรรเทาและแก้ปัญหาจราจรได้บางส่วน โดยเฉพาะเรื่องการวางแผนการเดินทาง ดังจะเห็นได้จากระบบแผนที่จราจรทั้งจากบน Google Map และ longdo Map รวมไปถึงข้อมูลจากกล้อง CCTV ของ บกจร.และหน่วยงานต่างๆที่ติดบริเวณท้องถนน ซึ่งจะช่วยเก็บข้อมูลจราจรและใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนให้กับผู้ใช้ถนนได้ง่ายมากขึ้นอีก วันนี้ผมมีบริการใหม่ของ Longdo Map มานำเสนอเผื่อว่าจะช่วยคนกรุงเทพในการวางแผนการเดินทางในขณะที่บ้านเมืองกำลังวิกฤตได้ ฟีเจอร์แรกคือ “ดัชนีรถติด” ดัชนี้รถติดเป็นรูปแบบการนำเสนอข้อมูลจราจรในแบบของ ตัวเลข จาก 0-10 (0 = รถไม่ติดเลย, 10 = รถติดทุกถนน) ค่าดัชนีนี้จะถูกคำนวณทุกๆ 5 นาทีจากข้อมูลสภาพจราจรจากแหล่งต่างๆ ตามอัลกอริทึมการคำนวณที่คิดค้นขึ้น โดยตัวดัชนีมีการจัดเก็บแยกตามถนนสายต่างๆ และสามารถนำมาใช้ประเมินและประมวลจัดลำดับสภาพจราจรของถนนสายต่างๆทั้งหมดได้

______นอกจากนี้ดัชนีจราจรยังมีการแสดงร่วมกับข้อมูลเหตุการณ์และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนน  ภาพจากกล้อง cctv และมีการแสดงร่วมกับข้อมูลการจราจรในรูปแบบเดิมคือแบบ เส้นสีต่างๆ เพื่อแสดงสภาพจราจร ความคล่องตัวในการเคลื่อนของรถบนถนน

_______ที่สำคัญการใช้งาน ผู้ใช้สามารถเข้าไปดูได้ผ่านทาง Web ของ Longdo Traffic http://traffic.longdo.com/ และสามารถใช้ Longdo Mobile ซึ่งมีบน platform iPhone (ติดตั้งจาก AppStore ได้เลย), Android (ติดตั้งจาก Market ได้เลย) และ Windows Mobile, Java สำหรับ Nokia และ Blackberry โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://mobile.longdo.com/ และนอกจากนั้นผู้ใช้ยังสามารถเข้าร่วมเป็นจราจรอาสา ในการแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนน เช่น อุบัติเหตุ , สภาพจราจร  เป็นต้น ผ่านทาง Longdo Mobile ข้อมูลก็นำมาประมวลในระบบ โดยเครื่องที่มี GPS โปรแกรมจะคำนวณความเร็วการเดินทางของเราและรายงานต่อระบบให้โดยอัตโนมัติ ทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพอีกด้วยครับ

Location-Based Services (LBS 1)

______Location-Based Services (LBS) ถ้าเป็นเมื่อสี่ห้าปีก่อนเราพูดถึงเรื่องนี้อาจจะไม่มีใครรู้จัก แต่กันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ เพราะทุกคนพูดถึง LBS ทั้งกลุ่มคนที่ใช้ LBS ร่วมกับ Social Network และกลุ่มนักการตลาดที่ต้องการนำ LBS มาเป็นช่องทางในการขาย โฆษณาสินค้า และการวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภค ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีที่แล้ว ผมเองมีโอกาสได้ทำ LBS โดยเน้นไปที่การบริการข้อมูลเชิงตำแหน่งและ information แต่ตอนนั้นเราเน้นไปที่ one way communication คือผู้บริการให้ข้อมูลทางเดียว โครงการที่ผมทำตอนนั้นใช้กับระบบโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นการให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับสถานที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหารและการวางแผนการท่องเที่ยว แน่นอนว่าอดีตราคาของ GPS และโทรศัพท์มือถือ หรือ Pocket PC ยังคงมีราคาที่แพงอยู่ แต่ปัจจุบันอุปกรณ์มือถือเหล่านั้นราคาถูก และหลายรุ่นในระดับ smart phone ล้วนมีการเพิ่มส่วนของ GPS เข้ามาด้วยมันทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้น หรือการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของ LBS ในลักษณะที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น กล่าวคือสามารถทำการสื่อสารทางตำแหน่งได้แบบสองทาง ทั้งจากระบบ และจากผู้ใช้ ที่สำคัญการที่ผู้ใช้มี GPS ที่สามารถติดตามเข้าไปในสถานที่จริงได้ทุกที่ ทำให้เพิ่มความสามารถและรูปแบบการทำงานของ LBS ให้สมบูรณ์และดีมากขึ้นกว่าเดิม

______หลายคนกล่าวว่าปีนี้คือปีของ LBS เป็นปีที่พิกัดตำแหน่งของผู้ใช้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาบริการและโปรแกรมประยุกต์ รวมไปถึง Social network โดยการรวมตัวของ Social network กับ LBS กลายเป็นโอกาสและช่องทางของรูปแบบ Social network เกิดใหม่ เช่น FourSquare ,Loopt, Gowalla เป็นต้น  และกลุ่มของ Social network เดิมที่มีการเพิ่มลูกเล่นทาง LBS เข้าเป็น Twitter , Facebook , Buzz เป็นต้น

______เรื่องของ LBS นั้นเป็นหัวข้อการวิจัยและศึกษาพัฒนากันในต่างประเทศพอสมควร และมีทฤษฏีและวิธีการเป็นตำราก็มี ถ้ามีเวลาผมจะนำมาสรูปให้ฟัง แต่ Key หลักที่ทำให้เกิดแนวคิด LBS ในรูปแบบที่เราเห็นมันน่าจะมาจาก Geostream  เรื่องนี้ทำกันมานานเกือบ 2 -3 ปีและมีการเปิดบริการ LBS ในลักษณะนี้เยอะมาก่อน จนเมื่อกลุ่มของ Social Network เห็นและมีความคิดว่ามันน่าจะสามารถมาปิด GAP ระหว่างโลกของคอมพิวเตอร์และโลกของความเป็นจริงได้ กลุ่มของบริษัทเหล่านี้จึงถูกซื้อเข้าไปเช่น กรณีของ Mixer Lab GeoAPI ที่ออกมาพูดถึงแนวคิดนี้ระดับต้นๆ

ตัวอย่าง clip vdo ในงานของ techcrunch เกี่ยวกับ Geostream เชิญนักพัฒนาดังๆจากหลายค่ายมาแลกเปลี่ยนในงานสัมนา

______เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ด้านเทคนิคมันยังซ่อนแนวคิดใหม่ของการจัดการข้อมูลเชิงตำแหน่งอีกหลายประเด็น เช่นเรื่องของการใช้ NOSQL มาขยายระบบ spatial database ของ LBS, รูปแบบการสืบค้นดัชนีและการเข้ารหัสข้อมูลแบบ Geohash ,การปรับปรุงความถูกต้องทางตำแหน่ง และอื่นๆอีกมากมาย (ถ้าสนใจอะไรใหม่ๆลองแวะไปดูที่ where 2010 เพราะงานนี้เป็นอีกงานที่อะไรใหม่ๆในอนาคตจะมาเริ่มต้นและแลกเปลี่ยนกันที่เวทีนี้) จริงๆแล้วเราสามารถจำแนกชั้นขององค์ประกอบในระบบ LBS ได้ดังนี้

ชั้นแรก: Mobile Phone, กล้อง , GPS, IP Geolocation, Wifi Location, Geocode

ชั้นที่สอง: คลังข้อมูลแผนที่ และตำแหน่ง (BaseMap 2.0 ระบบบริการข้อมูลแผนที่ เช่น Google Map, Bing Map, Nokia Map, OSM )

ชั้นที่สาม: เครือข่าย GSM/GPRS, 3G

ชั้นที่สี่: Application เช่น Social Network

______แบ่งง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพก่อน แต่ด้านเทคนิคการจัด layer ของระบบ LBS นั้นมีรายละเอียดซับซ้อนกว่านี้ ประเด็นที่อยากชี้เห็นคือโอกาสและช่องทางการนำเอาเทคโนโลยี LBS มาใช้ในการพัฒนาระบบ เมื่อมันมีประโยชน์และเริ่มแพร่หลายการนำมาใช้ การปรับตัวหรือนำมาใช้ในการพัฒนาระบบก็น่าจะทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าและสามารถสร้างโอกาสและลูกเล่นใหม่ๆได้อีกมากมายเลย ทั้งการนำมาใช้ในงานด้าน สุขภาพ,การบริการ, ท่องเที่ยวและอื่นๆ ถ้ามีโอกาสจะมาสอนการพัฒนา application พวก Map Service ให้เชื่อมต่อกับ LBS Social Network เช่น Facebook, Twitter , Fourthsquare ซึ่งบนเทคโนโลยี web 2.0 การ converge นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย คราวนี้แหละครับใครมีความคิดสร้างสรรค์กว่ากันคนนั้นก็จะได้เปรียบ

Social LBS @ SXSW

_____ช่วงนี้กระแสงาน SXSW (http://sxsw.com/interactive/webawards/) กำลังมามีข่าวต่างๆออกจากงานนี้ไม่ขาดสายในช่วงสัปดาห์ผมเอง ก็คอยตามอยู่ แต่ปีนี้ดูเป็นปีที่จะมีความรู้สึกอินมากกว่าปีอื่น เนื่องจากกระแส Location based service มาแรงจริงๆมีหลาย session ที่นำเสนองานประเภทนี้ รวมถึงเรื่อง Social Network and Location ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนหลายคนบอกว่าปี 2010 เป็นปีแห่ง location ถ้าจะดูจากกระแสคงต้องบอกว่าเห็นด้วยครับ สิ่งหนึ่งที่จับต้องได้คือกลุ่ม start up เช่น Foursquare , Loopt , Gowalla รวมไปถึง social network ชื่อดังที่มีการเพิ่มฟีเจอร์ location เช่น twitter, Facebook

______นอกจากนี้ยังมีหัวข้อการบรรยายที่เกี่ยวข้องกับ location ที่น่าสนใจอีกหลายหัวข้อเช่น Geolocation On The “Horizon” , Location Beyond iPhone: Locating 100+M Phones ,Time + Social + Location. What’s Next In Mobile Experiences? ,Location-Based Marketing and Advertising: Targeting the Mobile Consumer การดูงานประเภทนี้มันช่วยกระตุ้นต่อมความอยากความกระสันที่จะทำอะไรสนุกๆใหม่ๆขึ้นมามากทีเดียว ตบท้ายด้วย clip การออกบูตโชว์ฟีเจอร์ล่าสุดของ Google Map ที่ชื่อว่า cyclists