Geospatial Revolution Episode Three

Geospatial Revolution Project เป็นโครงการที่น่าสนใจอีกหนึ่งโครงการ ที่ตั้งใจจะพัฒนาสื่อรูปแบบสารคดี การเผยแพร่และให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี Geospatial information ในเชิงความก้าวหน้าและบทบาทของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน การนำ Geospatial Technology มาใช้เพื่อทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงเรื่องการผสานเทคโนโลยีเชิงตำแหน่ง เข้ากับระบบสารสนเทศต่างๆ

อ่านเพิ่มเติม

Maperitive

แนะนำโปรแกรม free desktop application สำหรับแสดงผลแผนที่ และแสดงผลข้อมูลจาก GPS รองรับการทำงานบน Windows ,Liunx และ Mac โดยข้อมูลแผนที่นั้นมาจาก OpenStreetMap ทำงานแสดงผลแบบ tile บน mapnik engine

ผู้ใช้สามารถ download osm tile แบบ zip หรือจะ สร้าง tile image แล้ว upload ผ่านทาง FTP หรือจะสร้างข้อมูลแผนที่ตัวเองเพื่อ integrate เข้าไป แล้วเผยแพร่ผ่าน อินเตอร์เน็ตได้แบบ Tile server ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมี feature เก่งๆอีกได้แก่

อ่านเพิ่มเติม

Find you from Geolocation

______รู้สึกว่าปัจจุบันเรื่องของตำแหน่ง(location) นั้นกำลังเข้ามามีบทบาทใน Application ด้านต่างๆมากขึ้น สืบเนื่องมาจากเรื่องของอุปกรณ์บอกตำแหน่งเช่น GPS มีราคาถูกและกลายเป็น option ที่ปกติที่ติดกับอุปกรณ์สื่อสารผกพาเช่นโทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญผู้พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างต้องการนำเอาค่าพิกัดตำแหน่งของผู้ใช้เข้าไปร่วมกับการประมวลผลต่างๆเช่นการประมวลผลสืบค้นข้อมูล ซึ่งแน่นอนว่าการสืบค้นประเภทนี้ย่อมมีการใช้ความสัมพันธ์เชิงตำแหน่งเข้ามาร่วมในการสืบค้น และรวมไปถึงการจัดเก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลที่มีการสร้างความสัมพันธ์เชิงตำแหน่งร่วมเข้าไปด้วย ในรูปแบบ Spatial Database

______การหาค่าพิกัดตำแหน่งนั้น นอกจากจะคำนวณจาก GPS ซึ่งเป็นอุปกรณ์ระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียมเพียงอย่างเดียวแล้วปัจจุบันเรายังมีทางเลือกในการคำนวณตำแหน่งจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทั้งแบบ wifi hotspot,Cell site  หรือจะคำนวณหาจากค่า Mac address รวมๆแล้วเรียกว่า เทคโนโลยีระบุตำแหน่งแบบ Geolocation ซึ่ง Geolocation นี้เป็นหนึ่งใน มาตรฐานของ HTML5 ที่อุปกรณ์พกพาและโปรแกรม web browser รุ่นใหม่ๆรองรับ เพื่อผนวกรวมเอาค่าพิกัด ณ ปัจจุบันของผู้ใช้ทั้งจาก GPS ,WIFI,Cellsite และจากวิธีอื่นๆมาใช้ใน Application โดยผู้พัฒนาเขียนโปรแกรมติดต่อการคำนวณหาตำแหน่งแบบมาตรฐานผ่าน Geolocation API บน layer นี้ซึ่งจะง่ายต่อการพัฒนา วันนี้ผมมีเทคนิคและวิธีการคำนวณหาค่าพิกัดด้วย Geolocation API มานำเสนอ

Geolocation API specification

______ Geolocation API specification มาตรฐานของ HTML 5 สำหรับการเขียนโปรแกรมเพื่อเรียกพิกัดของตำแหน่งปัจจุบัน โดยสามารถดูรายละเอียดได้จาก http://www.w3.org/TR/2008/WD-geolocation-API-20081222/ ซึ่งปัจจุบัน โปรแกรม Web Browser หลายตัวก็สนับสนุนการทำงานเช่น Firefox,Chrome,Safari,Opera (ยกเว้น IE อยู่ระหว่างการทดลอง) การเขียนโปรแกรมก็ไม่ยุ่งยาก สามารถเขียนในรูปแบบการ Getposition และแบบการ track position

function showMap(position) {
alert(position.coords.latitude+’,’+ position.coords.longitude).
}
// One-shot position request.
navigator.geolocation.getCurrentPosition(showMap);
กรณีที่ต้องการ track ตำแหน่งตลอดเวลา ก็ใช้
var watchId = navigator.geolocation.watchPosition(showMap);
เมื่อต้องการหยุดการ track ก็ทำลาย object โดยใช้คำสั่ง
navigator.geolocation.clearWatch(watchId);
____ ทดสอบการใช้งานได้ที่ http://html5demos.com/geo โดยท่านทำการอนุญาติให้ web browser เข้าถึงพิกัดก่อน โดยทำการ set permission เพื่อ share location การหาตำแหน่งก็จะคำนวณค่าพิกัดจากการสนับสนุนการหาตำแหน่ง ซึ่งขึ้นกับเครื่องปลายทาง ถ้ามี GPS และเปิด ตัว API ก็สามารถเข้าถึงและเรียกดูได้ หรือถ้าไมีก็อาจจะคำนวณหาจาก Cell site ของจุดจ่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ต ซึ่งแน่นอนว่าความถูกต้องของพิกัดก็จะลดลงกว่าการหาตำแหน่งด้วยระบบ GPS  โดย Geolocation data ที่ได้ประกอบด้วยค่า พิกัด(lat,lon on WGS84) , accuracy, Speed, heading direction โดยเราสามารถสกัดค่าเหล่านี้ได้จาก javascript API
ตัวอย่างการ share location
ตัวอย่าง application
YQL Geo Library
______YQL Geo Library เป็น Javascript geolocation Lib ที่ผมชอบและใช้งานอยู่ โดยตัวนี้ทำงานได้บน Geolocation API และเพิ่มความสามารถการหาตำแหน่งจาก IP address รวมถึง Geocode Service และ Reverse Geocode service ความสามารถล้นหลายทำงานแบบ API แวะไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีที่ http://isithackday.com/hacks/geo/yql-geo-library/ ผมมีตัวอย่างการหาตำแหน่งแบบ Geolocation ของ lib ตัวนี้มาแนะนำ
yqlgeo.get(‘visitor’,function(o){
alert(o.place.name + ‘,’ + o.place.country.content +
‘ (‘ + o.place.centroid.latitude + ‘,’ +
o.place.centroid.longitude + ‘)’
);
});
ข้างบนเป็นตัวอย่างการหาพิกัดของ visitor ที่เข้า web ผ่าน w3c Geolocation API แบบ YQL
yqlgeo.get(’217.12.14.240′,function(o){
alert(o.place.name + ‘,’ + o.place.country.content +
‘ (‘ + o.place.centroid.latitude + ‘,’ +
o.place.centroid.longitude + ‘)’
);
});
code ข้างบนเป็นการหาค่าพิกัดจาก IP address โดยสามารถระบุประเทศและตำแหน่งโดยประมาณได้
GeoIP API
_____Geo IP API เป็นระบบที่มี free IP database สำหรับการคำนวณค่าพิกัดจาก IP address ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ได้กับ Web Application โดยผ่าน API ในภาษาต่างๆ เช่น PHP,Python, C# เป็นต้น สามารถไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ http://www.maxmind.com/app/python ผมเองใช้ตัวนี้ผ่านทาง python มีตัวอย่างการใช้งานมาแนะนำดังนี้ครับ
import pygeoip
import os
os.chdir(r’C:\Users\user\Desktop\GEOIP’)
gic = pygeoip.GeoIP(‘GeoLiteCity.dat’)
print gic.record_by_addr(’125.26.9.54′)
code ด้านบนเป็นการหาพิกัดจาก Ip address
ตัวอย่างผลลัพธ์การหาพิกัดจาก IP address
ถ้าต้องการหาพิกัด จาก Domain name ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับดังนี้
gic.record_by_name(‘google.com’)
ผลลัพธ์การหาพิกัดจาก domain name

อ้างอิงจาก

GeoSpatial 3D III :Photosynth

_______เดินทางมาถึงตอนที่สามของเรื่อง GeoSpatial 3D ตอนนี้เป็นตอนที่แถมเพราะว่ามีพี่คนหนึ่งแนะนำว่าถ้าพูดถึงโปรแกรม Image Processing ในยุคนี้ก็ควรที่จะพูดถึง Photosynth ของค่าย Microsoft ด้วย เพราะความสามารถและการทำงานไม่น้อยหน้าตัวอื่นๆ ที่สำคัญมีการ ผนวกเรื่องของ ตำแหน่ง (location)  เข้าไปด้วย ที่สำคัญมีเครื่องมือการแสดงผลแบบ 3D ร่วมกับการวางตัวของมุมกล้องที่สัมพันธ์กับระนาบของแกนโลกอีกด้วย โดยเป็นการสร้าง 3D ด้วย Ortho Image จากภาพประเภท Sequence Image มี paper หนึ่งเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียด แต่ผมจำ url ไม่ได้แล้วว่า Download มาจากไหน แต่พวกนี้คือหลักการพื้นฐานของบทความทั้งสามชุดที่กล่าวมา บางคนเรียกว่าเป็น Neo Photogrametry ตามธรรมเนียมคือทฤษฏีไม่ขอแตะแต่มีข้อสังเกตคือเรื่องของ Camera View และ Camera Geometry เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุด ท่านที่จะนำไปประยุกต์ใช้งานต้องตระหนักในเรื่องนี้ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

________ Photosynth มีหลักการทำงานใหญ่ๆคือเรื่องของการใช้ Geotagging การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลที่มีการบันทึกค่าคุณสมบัติของ Camera View และ Camera Geometry ไว้ อาจจะรวมถึง Location จาก GPS ในกรณีที่กล้องรองรับการบันทึกค่าพิกัดลงบน Exif , ส่วนถัดไปเป็นเรื่องของ Image Matching ดังนั้นผู้ใช้จำเป็นต้องเตรียมภาพคู่ซ้อนที่ดีและ clear มีจุดร่วมบนภาพที่เพียงพอ เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถใช้ Photosynth ได้แล้วครับ โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ

1. ติดตั้งโปรแกรม Photosynth โดยไปดาวน์โหลดและลงทะเบียนได้ที่

http://photosynth.net/install.aspx

2. ถ่ายภาพวัตถุ หรือพื้นที่ที่ต้องการนำมาประมวลผล โดยตัวอย่างผมใช้ภาพถ่ายมุมกว้างแบบ panorama ร่วมกับการถ่ายเฉพาะจุด ขั้นตอนการถ่ายก็ไม่ยาก ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ หมุนซ้าย-ขวา ซูมเข้า-ออก ตามต้องการ ที่สำคัญต้องมีวัตถุที่เป็นจุดร่วม เพื่อสร้างระนาบความสัมพันธ์ของภาพแต่ละภาพที่ถ่าย

3. Upload ข้อมูลภาพทั้งหมดไปยัง Photosynth เพื่อประมวลผลและแสดงข้อมูล

กรณีที่ต้องการใช้ Geotag หรือภาพมีการ embed ค่าพิกัดโลกจาก GPS ก็เลือก Geotag enable

4. รอประมวลผลและ upload ข้อมูลขึ้นบน Server เสร็จแล้วก็กด View เพื่อดูผลลัพธ์

5. เลือก Play เพื่อดูภาพเราในมุมมองต่างๆแบบ 3D View

6.  เลือกดูภาพในมุมมองต่างๆได้จาก Menu

7. เลือกดูแบบ Point Cloud เพื่อดูความหนาแน่นของ Common Point ที่ใช้โยงยึดภาพจากการทำ Image Matching กรณึถ่ายภาพวัตถุ ถ้าอยากได้ข้อมูลที่ละเอียดความถ่ายภาพให้มากและมีจุดร่วมที่มากๆ จะได้ Cloud Point ที่สมบูรณ์และละเอียดมากขึ้น โดยจริงๆแล้วเราสามารถนำข้อมูลจุดพวกนี้ไปทำการวัด หรือสร้างโครงข่ายสามเหลี่ยมเพื่อดูรูปทรงได้ครับ แต่ในตัวอย่างภาพถ่าย View ด้วยที่ความละเอียดไม่มากทำให้จุดไม่หนาแน่น

จุดดำๆเล็กๆคือ Point Cloud จำนวนมากที่สร้างจาก Image Processing

8. เลือกดูภาพแบบ 2D ที่ทำการถ่ายและโหลดเข้ามา

9. เรียกดูตำแหน่งของแต่ละภาพได้จาก Geotag

10. กรณีที่ไม่มีข้อมูล location จาก GPS ติดมาบนภาพ เราสามารถ add เองได้จาก Tools และสามารถกำหนด Orientation ของจุดเปิดถ่ายภาพได้อีกด้วยครับ

12. ดูจนพอใจและก็สามารถ Save และ Publish เพื่อส่งให้ผู้อื่นดู้ได้ โดยผลลัพธ์ก็สามารถ share ผ่าน Facebook หรือจะนำ Object มา embed ใน Web Application เพื่อเขียนโปรแกรมนำเสนอข้อมูลต่อไปก็ได้ครับ

______ เห็นไหมครับว่าไม่ยากเลย คราวหน้าไปออกสนามซื้อกล้องที่มี Geotag ถ่ายภาพและนำมาประมวลผลด้วย Photosynth แล้วนำเสนอเจ้านาย รับรองว่าต้องประทับใจแน่นอน ส่วนท่านที่สนใจเรื่องการวัด ก็สามารถเขียนโปรแกรมด้วย C# ติดต่อ Photosynth Silver ligth ได้ผ่านทาง API จะสร้าง app เพื่อ control camera View และตำแหน่งบน Google Map ก็ทำได้ไม่ยากหรือจะ advance ขนาดนำ Point Cloud ไปประมวลผลต่อบน Autocade ก็ทำได้ครับ เพราะระบบพวกนี้เปิดทางไว้ให้ ผมมี link ตัวอย่างวิธีการทำมาให้ศึกษาด้วยด้านล่าง ยังไงก็ขอนำเสนอให้เห็นเป็น IDEA ว่าจริงๆแล้วยังมีเทคโนโลยีและมีโปรแกรมแบบบริการที่ทำให้เราสามารถนำมาใช้และพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศได้อีกมากมายครับ

http://through-the-interface.typepad.com/through_the_interface/2010/04/importing-photosynth-point-clouds-into-autocad-2011-part-1.html

Mobile Mapping VDO (LBS4)

_________ผมเขียนถึงเรื่อง LBS มาสามตอนแล้วครับ มีหลายท่านสนใจและเริ่มเห็นช่องทางของการนำเทคโนโลยี Location Based Service(LBS) ไปใช้ในการสร้างรายได้แล้ว โดยเฉพาะการตื่นตัวของทั้งสองกลุ่มทั้งที่เป็นนักภูมิสารสนเทศและกลุ่มของนัก IT แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักคือเรื่องของข้อมูลครับ ระบบจะดีเท่าใด เก่งเท่าไหร่ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จถ้าไม่มีข้อมูลที่ดี

_________หลายคนมักจะมีคำถามว่า LBS กับ GIS มันเหมือนหรือต่างกัน? ถ้าตอบในมุมมองและประสบการณ์ของผม ผมคิดว่ามันแต่ต่างกันแต่มีส่วนที่สนับสนุนกันและกัน GIS ในนิยามของผมมันก็คือ Geospatial Data management เพราะฉนั้นในด้านของการทำงานก็จะเน้นไปที่การจัดการข้อมูลเชิงตำแหน่ง หรือ เชิงพื้นที่ ให้เป็นระบบ ระเบียบ ง่ายต่อการสืบค้นเข้าถึงและนำไปวิเคราะห์ ส่วน LBS นั้นเป็น tier ที่อยู่บนขึ้นมาในด้านของการบริการข้อมูล การบริการสารสนเทศเพื่อให้ผู้ใช้หรือลูกค้าสามารถนำไปใช้งานได้อย่างสะดวกโดยมีเรื่องของการร้องขอเชิงตำแหน่งของผู้ใช้มากเกี่ยวข้องด้วย ประเด็นนี้สำคัญครับเพราะว่า LBS จะเกิดได้ต้องมีระบบ GIS ที่ดี อธิบายง่ายๆคือต้องมีข้อมูลถนน ข้อมูลสถานที่ (POI) ที่ดี บวกรวมกับข้อมูลเฉพาะเรื่องต่างๆระบบถึงจะเกิดขึ้นได้ครับ

ตัวอย่างข้อมูลแผนที่และข้อมูลเชิงตำแหน่งของ NAVTEQ บริษัทสำรวจและทำข้อมูลแผนที่ระดับโลก

ข้อมูลแผนที่และข้อมูลเชิงตำแหน่ง POI ของ teleatlas ใน BingMap

ข้อมูลถนนและ POI จาก OviMap โดย Navteq

_________ผมนำภาพแผนที่และ POI จาก vendor ระดับดับโลกที่ปัจจุบันมีบริษัทในเมืองไทยและมีการทำข้อมูลเชิงตำแหน่งในโซนประเทศแถบเอเซีย มาให้ดูครับเพื่อเป็นการยืนยันแนวคิดของ baseMap 2.0 ระบบบริการข้อมูลแผนที่ฐานปัจจุบันพัฒนาไปมากทั้งด้านจำนวนข้อมูลและรายละเอียด ในส่วนนี้ผมยังจะเขียนถึง LBS อยู่แต่จะขอเขียนถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่เกี่ยวกับระบบบริการข้อมูลแผนที่ (Map Service) กัน โดยผมจะ focus ไปที่เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบ Mobile Mapping อธิบายง่ายก็คือการจัดเก็บและสำรวจข้อมูลตำแหน่งด้วยระบบรถ หลายท่านคงจะคุ้นเคยกับ StreetView ของทั้งสองค่ายที่ออกมาบริการกันทั้งของ Google และ Bing แต่นั้นคือภาพผลลัพธ์ครับ แต่การลงทุน Setup ระบบที่มีทั้ง GPS ,IMU, กล้อง vdo panorama และ Laser Scan นั้นย่อมไม่ใช่แค่การนำภาพ panorama 360 องศามาแสดงให้เราดูแค่นั้น แท้จริงแล้วเป้าหมายหลักของทุกระบบคือการ สกัดเอาค่าข้อมูลเชิงตำแหน่งของวัตถุที่อยู่ในภาพ ทั้งพิกัดของอาคาร ร้านค้า วัดขนาดของป้าย ขนาดความสูงอาคาร เป็นต้นโดย Mobile Mapping ถูกนำมาใช้สำรวจและจัดเก็บข้อมูลตามแนวถนน ร่วมกับข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงเพื่อใช้ในการจัดทำแผนที่และทำแบบจำลองสามมิติของอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่อไป

________เทคโนโลยีของ Mobile Mapping ปัจจุบันพัฒนาไปมาก จนถึงเป็นสินค้าสำหรับการสำรวจจัดทำข้อมูลกันแล้ว กล่าวคือถ้ามีเงินเราก็สามารถจัดซื้อมาใช้ได้เลย แต่ในส่วนของการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง การรังวัดแบบจากภาพ 360 องศาและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ทั้ง vdo และข้อมูลจุดจาก laser scan นั้นยังไม่สมบูรณ์แบบชนิดที่เรียกว่าเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปครับ ผมนำ vdo ของระบบ streetview ของ Google มาเป็นตัวสาธิตให้เห็นภาพครับ ไม่ใช่ว่าระบบเค้าดีที่สุดแต่เนื่องจากเป็นระบบที่เปิดเผยและมีข้อมูลให้เราหาดูได้มากที่สุด โดยหลักการใหญ่ของระบบ MMS ส่วนมากจะคล้ายคลึงกัน

________ดูจากการ setup ระบบและอุปกรณ์ที่ดูไม่ยุ่งยากและค่อนข้างง่ายครับ คล้ายกับการถอดใส่ได้ทันที ที่สำคัญรถยนต์ที่ใช้ก็สามารถหาได้โดยทั้วไป มีการประกอบระบบ laser scan และกล้องพาโนรามาด้านบนเข้ากับแท่นยึดบน หลังคารถเฟียส(FIAT) สังเกตุนะครับระบบรถของ Google เน้นที่เสาแท่นของกล้องและ laser ที่สูงเพื่อเก็บข้อมูลได้กว้าง และแน่นอนว่าความแน่นของฐานต้องดีเพื่อป้องกันการสั่นซึ่งจะทำให้ภาพเบลอได้

ยกประกอบส่วนของ laser scan ก่อน

ประกอบตัว GPS Athena เข้ากับฐานหัวกลมสีเหลืองครับ

ประกอบกล้อง panorama 360 องศาด้านบนสุดครับ

ภาพการประกอบกล้อง กับ laser โดยกล้องจะอยู่ด้านบนสุด

ตัวอย่างภาพจากกล้อง panorama 6 view ครับ

________ส่วนระบบรถภายในก็จะประกอบด้วยส่วนจ่ายไฟ,ตัว server จัดเก็บข้อมูล,คอมพิวเตอร์ประมวลผลและสำหรับควบคุมการจัดเก็บข้อมูล โดยรถพวกนี้ก็จะทำการจัดเก็บข้อมูลแบบอัตโนมัติตามเส้นทางที่ผู้สำรวจขับรถไป ผมสังเกตุจากความเร็วที่ใช้จะไม่มากนักคงไม่เกิด 40-60 กม/ชม โดยสามารถวิ่งในเขตเมืองที่รถติดและมีอาคารสูงได้ ดังนั้นคงจะต้องมี IMU สำหรับช่วยประมวลผลตำแหน่งในระบบสำรวจ ข้อมูลที่ได้จะสามารถทำการรังวัดค่าพิกัด 3 มิติ(x,y,z) จากจุดทุกจุดบนภาพเพื่อนำค่าพิกัดและข้อมูล เข้าสู่ระบบ GIS ต่อไป

________มาถึงตรงนี้แล้ว อยากรู้ไหมครัว่าเค้านำข้อมูลทีได้จากการวิ่งสำรวจไปทำอะไรบ้าง บางคนเคยปรามาสว่าระบบแบบนี้คือของเล่นหลอกเด็กที่ทำเพื่อให้เกิดความประทับใจหรือเป็นแบบ interactive ในรูปแบบ panorama อย่างเดียว แท้จริงแล้วทำอะไรได้มากกว่านั้นโดยเฉพาะเรื่องการสัดค่าเรขาคณิตของวัตถุบนภาพ vdo 360 องศาซึ่งทาง Google ก็ออกผลิตภัณฑ์มาให้ดูตามมา เช่นเรื่องของ streetview 3D เป็นการสร้างภาพเหลื่อมจากข้อมูลซ้อนของเฟรมภาพ เราสามารถดู panorama เป็นแบบสามมิติด้วยแว่นเขียวแดงได้ครับ

ภาพ street view 3D แบบภาพเหลื่อมโดยดูได้ผ่านแว่นเขียวแดง

__________มากไปกล่าวนั้นคงเป็นเรื่องของการที่ Google พยายามจะนำเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้าง city model แบบ 3D บนโลก online โดยข้อมูล laser scan จากตัว laser ที่ติดบนรถสามารถนำมาช่วยในการฟิตข้อมูลภาพ texture ลงไปบน plan ได้ และสามารถร่วมกับข้อมูลภาพถ่ายเฉียงในการสร้างโมเดล 3 D ที่เรียกว่า Google Builder Maker

Google Builder Maker ซอฟต์แวร์ผ่านเว็บ ที่ทำให้สร้าง solid model อาคารจากการรังวัดด้วยภาพหลายมุม คล้ายคลึงกับการทำงานบนโปรแกรม photogrammetry

_________การถ่ายภาพ panorama 360 องศามีการประมวลผลร่วมกับข้อมูล laser ทำให้มีความสามารถในการรับรู้ของระนาบจริงบนโลกซึ่งสัมพันธ์กับภาพถ่ายในมุมต่างๆทำให้ สามารถนำข้อมูลภาพถ่ายจากล้องทั่วไปที่มี Geotag นำไปวาง fit กับระนาบบน streetview ได้ดังภาพครับ รวมไปถึงการสร้าง city model จากข้อมูลที่ได้

การนำข้อมูล texture อาคารจาก google street view มาใช้ในการติดลงบน solid model บนโปรแกรม Google SketchUp 7.1 ซึ่งขนาดอาคารสร้างจากภาพถ่ายดาวเทียม

ติดลงได้พอดี เนื่องจากระบบภาพ panorama มีค่าพิกัดของการเปิดถ่ายและการวัดของ laser สามารถ fit ให้ได้ขนาดและมาตราส่วนที่ใกล้เคียงกับอาคารจริง

_______เห็นไหมครับว่าอนาคต ระบบสำรวจจะมีการพัฒนาให้ประมวลผลข้อมูลได้เร็วและสะดวก เพื่อรองรับกับความต้องการในการใช้ข้อมูลเชิงตำแหน่งจาก LBS และแน่นอนว่าภายใต้ภาพและ vdo ที่ผมนำมาให้ดูนั้น ยังมีเทคนิคและองค์ความรู้ในการจัดการข้อมูล รวมถึงการประมวลผลข้อมูลมากมายที่เรายังสามารถเรียนรู้และพัฒนา วิจัยต่อไปได้อีกเยอะ และควรนำไปต่อยอด สิ่งหนึ่งที่เราควรจะเรียนรู้จาก Google คืออย่างมองอะไรด้วยความคิดที่คับแคบและฉาบฉวย เพราะมันจะทำให้ความสามารถในการพัฒนาตัวเองลดลง ปิดท้ายมี clip vdo ของระบบ MMS ที่ขายกันอยู่มาฝากครับ

ตัวอย่างระบบ laser scan หรือ lidar ของ linx system

ระบบของ Riegl VMX-250 เป็น mobile scan ที่ค่อนข้างมีคุณภาพสูงทีเดียว

อันนี้เป็นตัวอย่างการรังวัดและสกัดข้อมูลเชิงตำแหน่งออกจากข้อมูลภาพที่ถ่ายได้จาก spherical panoramas ,รวมถึงการดิจิไทล์ตำแหน่งป้าย และสิ่งปลูกสร้าง บนโปรแกรม Orbit GIS ของ CycloMedia

อ้างอิงจาก

http://www.youtube.com/user/streetviewbyfiat

http://gis-tech.blogspot.com/2009/09/google-sketchup-street-view.html

http://gis.rchss.sinica.edu.tw/google/?p=2196

http://emap.wordpress.com/2008/08/03/mobile-mapping-2/

Google Earth flight sim with an iPhone controller

_______อ่านข่าวนี้มาจาก Google Earth blog ครับน่าสนใจดีจึงนำมาฝาก นักพัฒนาปล่อยของเล่นชุดใหม่สำหรับ Iphone นั้นก็คือ EarthGlider ที่รวมเอาความสามารถการบังคับเครืองบินในโปรแกรม Flype บน iphone กับแผนที่สามมิติบน google earth ผู้เล่นสามารถบังคับเครื่องบินได้จาก iphone ด้วย tilt controls บนเครื่องและสามารถใช้ตำแหน่งปัจจุบันของคุณจาก GPS บนเครื่อง iphone ในการเริ่มต้นการขัยเครื่องบิน โดยภาพการเคลื่อนไหวและแผนที่ก็จะแสดงบนเครื่อง Mac ที่ติดตั้งโปรแกรม Google Earth ไว้(ปัจจุบันยังไม่มีเวอร์ชั่นบน windows) สนใจก็ไปหามาเล่นได้จาก App Store

อ้างอิงจาก

http://www.gearthblog.com/blog/archives/2010/03/a_google_earth_flight_sim_with_an_i.html?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed:+GoogleEarthBlog+(Google+Earth+Blog)

Google Navigator

______กลับมาแล้วครับ หายหน้าหายตาจากการเขียน blog ไปนาน จนมีบางคน email ไปถามว่าจะเลิกเขียน blog แล้วหรือเปล่าคำตอบคือ ไม่แน่นอนครับพยายามจะเขียนไปเรื่อยๆ แต่ที่หายไปเพราะเป็นช่วงที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวที่ต่างจังหวัดมา มีโอกาสได้ไปนั่งรถเล่น แล้วได้ทดสอบ GPS Navigator ไปในตัวด้วย ผมเองไม่ได้ขับเพียงแต่นั่งข้างๆเอาใจช่วยพี่วิโรจน์ แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำคือทดสอบ navigator สามยี่ห้อ มี IGO, Speed Navi และ Garmin Mobile ผลออกมาก็น่าชื่นใจที่มันนำทางเราไปยังที่ที่ไม่เคยไปได้ แน่นอนว่าทั้งสามเครื่องส่งเสียงร้องถกเถียงกัน ดังทั่วรถ แน่นอนว่าสุดท้ายคนขับก็ต้องเป็นผู้ตัดสิน

_____GPS Navigator ถือได้ว่ามันช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ค่อนข้างมากจริงๆ มีหลายเส้นทางที่ Navigator พาเราวิ่งเข้าไปในทางหมู่บ้านเล็กๆ ที่มันคิดว่าเป็นทางลัด จริงๆแล้วมันเป็นการทดสอบถึงข้อมูลที่อยู่ภายในเครื่อง Navigator ได้เป็นอย่างดี การทดลองนี้ผมเทียบข้อมูลของ 2 ค่ายคือ แผนที่ที่อยู่ใน IGO และ แผนที่ที่อยู่ใน Speed Navi ผมคงไม่อาจจะสรุปว่าของใครดีกว่ากัน เพราะว่าคนที่ทำงานในแวดวงนี้เราจะรู้กันดีว่า %ความเชื่อมั่นของข้อมูลอยู่ที่เท่าไหร่ โดยเฉพาะการพิจารณาถึงกระบวนการสำรวจเก็บข้อมูล และเงื่อนไขที่เป็นข้อจำกัดต่างๆ แต่โดยรวมถือว่าใช้ได้ ผมว่าในอนาคตเมืองไทยน่าจะเป็นอีกประเทศที่มีข้อมูลถนน พวก turn-by-turn และ POI ที่ละเอียดเพราะปัจจุบันเมืองไทยมีบริษัทสำรวจและทำแผนที่ระดับโลกหลายเจ้าเข้ามาอยู่ ทำให้น่าจะเห็นการพัฒนาเทคโนโลยีการสำรวจและเก็บข้อมูลด้านนี้มากยิ่งขึ้น

______สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าต้องปรับปรุงคือการพัฒนา User Interface และการจัด content ของข้อมูล เพราะบางครั้งการค้นหา POI หรือการหาสถานที่ จะช้าจะเร็วก็ขึ้นกับการจัดหมวดหมู่ และการสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แน่นอนว่า POI ของแต่ละโปรแกรมนำทางมีมากมายเป็นหลักหมื่น แต่ถ้ามีการจัดหมวดหมู่ที่ดีประสิทธิภาพในการค้นหาผมว่าจะเพิ่มมากขึ้นอีก ปัจจุบันของผมที่ใช้งานอยู่ถือว่า ไม่ค่อยดีและต้องปรับปรุงในเรื่องของการวาง index และการกำหนดหมวดหมู่ของ content

_____อีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นฟีเจอร์เสริมที่น่านำมาใช้คือเรื่องของการนำข้อมูลสภาพอากาศแบบ realtime มาช่วยในการนำทาง เพราะว่าการนำทางด้วยเงื่อนไข ของเวลาที่น้อยที่สุด,ระยะทางที่สั้นที่สุด อาจจะไม่พอโดยเฉพาะเมืองไทย การขับรถในถนนหมายเลย 4 หลักในต่างจังหวัด สภาพถนนอาจจะไม่ค่อยดีนัก และจะเป็นปัญหาค่อนข้างมากถ้าทัศนวิสัยไม่ดี รวมไปถึงกรณีที่เกิดฝนตก การที่ navigator มีการใช้เงื่อนไขของสภาพอากาศมาช่วยในการวิเคราะห์และนำทาง น่าจะส่งผลดีต่อการขับขี่โดยเฉพาะในด้านของความปลอดภัย ข้อมูลเหล่านี้ในอนาคต GPS Navigator อาจจะต้องมีความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูล realtime ผ่านทาง internet ซึ่งแน่นอนว่าปัญหาการเชื่อมต่อระบบ internet น่าจะหมดไปเพราะว่าเมืองไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคของ 3G ที่รอคอย


_____ไหนๆก็จั่วมาเรื่อง navigator แล้วผมมีข่าวของการพัฒนาซอฟต์แวร์นำทางของ Google มาฝากกัน ออกมาได้สักพักสำหรับ Google Maps Navigation สำหรับ android 2.0 เป็นลักษณะการทำงานแบบสไตล์ Google Map Mobile แต่ฟีเจอร์การนำทาง เสียงบรรยาย และข้อมูล POI และที่สำคัญคือ Free การทำงานของ  Google Maps Navigation จะใช้งานข้อมูลบางส่วนผ่าน internet เพราะฉนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการเชื่อมต่อกับ internet สิ่งที่น่าสนใจกว่า navigator อื่นๆคือมีข้อมูล street view แสดงผลด้วย แน่นอนว่าในอเมริกาก็จะมีข้อมูลในส่วนนี้หลายเมือง ส่วนบ้านเราอาจจะต้องรอก่อน จุดเด่นอีกอันที่เป็นการสร้างเพื่อความสะดวกในการใช้งานคือ Search by voice เป็นการค้นหาข้อมูลโดยใช้เสียงในการสืบค้น สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.google.com/mobile/navigation/index.html#p=default