Geospatial Revolution Project

______Geospatial Revolution Project เป็นโครงการที่น่าสนใจอีกหนึ่งโครงการ ที่ตั้งใจจะพัฒนาสื่อรูปแบบสารคดี การเผยแพร่และให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี Geospatial information ในเชิงความก้าวหน้าและบทบาทของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน การนำ Geospatial Technology มาใช้เพื่อทำให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงเรื่องการผสานเทคโนโลยีเชิงตำแหน่ง เข้ากับระบบสารสนเทศต่างๆ

______ปัจจุบัน Geospatial Revolution Project ออก Episode One มาแล้วโดยจะมี 4 chapter ย่อย พัฒนาและจัดทำโดยทีมงานของ PENN STATE ใน episode นี้เน้นไปที่การอธิบายเทคโนโลยีแบบทั่วถึงทั้ง Remote Sensing ,Map Service, GPS, Navigation, GeoMobile AR, OSM,Mobile GIS, LBS และอื่นๆเรียกว่าครบถ้วน สิ่งที่ดีอีกอย่างของสารคดีตอนนี้คือการตัดต่อทำให้น่าสนใจและอธฺิบายเข้าใจง่าย  เหมาะสำหรับท่านที่อยากรู้ว่า Geospatial Technology มันสามารถทำอะไรได้บ้าง หรือจะใช้สอนอธิบายคนทั่วไปให้เข้าใจในเทคโนโลยีและการนำไปใช้  สารคดีทำให้เห็นภาพและมุมมองการนำไปใช้ที่หลากหลายทั้งรูปแบบการใช้งานทั่วไปและการนำไปใช้ในงานบรรเทาสาธารณภัยในเฮติ เข้าไปชมได้ที่ http://geospatialrevolution.psu.edu/

GeoSpatial 3D II :Make Building Model with Photo Matching

________จากตอนที่แล้ว ผมพูดถึงการสร้างข้อมูลแบบ 3D ด้วยภาพถ่ายเฉียงบนบริการ Building Maker ของ Google แต่ด้วยข้อจำกัดที่ข้อมูลภาพถ่ายเฉียงยังมีในเมืองไทยดังนั้นการสร้างโมเดลแบบจำลองอาคารแบบสามมิติ จึงต้องใช้วิธีการอีกวิธีหนึ่งผ่านทาง Google SketchUp วิธีนี้สามารถทำได้โดยใช้ภาพถ่ายจากกล้องบนพื้นดิน โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

1. ถ่ายภาพอาคาร ให้ครบทุกมุมรอบตัวแบบอาคาร เพื่อสร้างแบบจำลองอาคารแบบสามมิติ โดยถ่ายภาพแต่ละภาพให้มี จุดซ้อนทับเพื่อใช้โยงยึดภาพ หลักการถ่ายภาพก็ทำได้ดังรูปด้านล่าง พยายามรักษาเรขาคณิตของภาพทุกภาพให้เท่ากันทั้งมุม FOV และการวางตัวของกล้อง

ตัวอย่างภาพที่ผมนำมาใช้ โดยภาพนี้หามาจาก internet (ถ้าจะให้สมบูรณ์ท่านก็ไปถ่ายอาคารจริงๆมาให้ครบทุกด้านจะดีกว่าครับ)

2. ดาวน์โหลดโปรแกรม Google Sketchup ที่ http://sketchup.google.com/download/

3. เปิดโปรแกรม Google Sketchup เลือก Template แบบ Google Earth Model

4. เปิดโปรแกรม Google Earth เพื่อเลือก Site ของอาคารบนแผนที่ Google Earth โดยขั้นตอนนี้เราจะโยงยึดระนาบของโมเดลกับแกนแผนที่โลก

5. ทำการดึงข้อมูลภาพแผนที่และค่าพิกัดอ้างอิงเข้ามายังโปรแกรม Google Sketchup โดยใช้ Google Earth Plug-in

6. ตรวจสอบระนาบแกนของระบบพิกัดโลก และปรับแต่งแกนให้ตรงตามระนาบที่จะขึ้นรูปโมเดลอาคาร

7. ทำการ โหลดภาพถ่ายอาคาร เพื่อทำ Photo matching

8. เลือกภาพที่ละภาพ สำหรับแต่ละด้านของ Model 3D ที่จะสร้าง

9. กำหนดระนาบ แกนของภาพให้สอดคล้องกับรูปทรง Model โดยเลือก แกน X,Y,Z ของระนาบโมเดลให้ตรงกับภาพถ่ายที่จะใช้ทำ Photomatching

ภาพก่อนปรับแกนระนาบต่างๆ

ภาพหลังจากปรับแกนของระนาบต่างๆให้ตรงกับภาพแล้ว

10. ปรับแกนเรียบร้อยแล้วสั่งประมวลผล Done เพื่อทำ Photomathching โดยเลือกตัว Mesh แบบ Grid ขั้นตอนนี้มีผลต่อการ Project ภาพ texture ลงบน Model ที่จะสร้างขึ้น ดังนั้นต้องทำด้วยความละเอียดในการ fit แกนลงไปบนภาพ แต่ละภาพสำหรับด้านต่างๆของ Model

11. ทำการสร้าง Model แบบ 3D ด้วยเครื่องมือ Draw สำหรับรูปทรงโมเดลในด้านที่ทำการ load ภาพขึ้นมา

สร้าง solid model ของรูปทรงต่างๆของ Feature ที่ปรากฏบนภาพ โดยแยก digitize เพื่อขึ้นรูปวัตถุย่อยๆได้

12. load ภาพด้านอื่นๆและทำซ้ำขั้นตอนเดิมจนครบทุกๆภาพ และทำการตรวจตรวจสอบความสมบูรณ์แบบ 3D

13. ทำการ Project Texture ส่วนต่างๆลงไปบน Solid Model 3D ที่สร้าง

14. ปรับแก้รายละเอียดส่วนต่างๆบนทุกๆระนาบแล้ว ก็ทำการ Upload ข้อมูล 3D บน Google Earth เพื่อทดสอบการวางตัวบนแกนอ้างอิงของโลกแบบ 3D บน Google Earth โดย click ที่ปุ่ม upload to google earth

15. ตรวสสอบผลลัพธ์อาคาร 3D บน Google Earth

ผลลัพธ์ภาพอาคาร พญาไท พลาซ่า บน Google Earth

สรุป

______เห็นไหมครับว่าเทคนิคการรังวัดและสร้างแบบจำลองวัตถุแบบ 3D มันง่ายกว่าอดีตมากเพราะเครื่องมือที่พัฒนาไปมาก หลักการและวิชาการก็นเหมือนกับที่เราเคยเรียนมาก การสร้าง City Model ไม่ยากเพราะซอฟต์แวร์ Google Skecthup สร้างการรับรู้แบบระนาบ และผนวกรวมการรังวัดบนภาพ เข้าด้วยกัน การสร้าง Model ของเราก็จะสอดคล้องกับระนาบบนภาพถ่าย ดังนั้นผลลัพธ์ก็จะทำให้เราสามารถ Project ข้อมูล Texture ที่ได้จากภาพถ่ายเข้าหา Model ได้ และก็สามารถ Project ข้อมูล 3D ลงบนแกนพิกัดของโลกได้อีกด้วย ที่สำคัญท่านที่อยากทราบความสูงของอาคารก็สามารถใช้ Tools ในการวัดจากบนภาพได้ทันที เพราะฉนั้น 3D Model ที่ได้ก็จะมีสัดส่วนที่สอดคล้องกับอาคารจริง แต่ทั้งนี้เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การถ่ายภาพอาคาร ที่จะต้องมีการปรับแต่งเรขาคณิตของกล้องให้ดี และตรงกันในทุกๆภาพเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด เท่านี้ท่านที่อยากสร้าง city model ก็สามารถทำได้แล้ว ขออนุญาติตอบคำถามพี่อาจารย์ท่านหนึ่งที่อยากสร้าง city model ของมหาวิทยาลัย ก็ทำได้โดยมีขั้นตอนดังที่ผมเขียนครับ

______ถ้ามีโอกาสจะมาถ่ายทอดกระบวนยุทธการพัฒนาระบบ Geo3D Web Application เรื่องการสร้างภูมิสารสนเทศแบบ 3D ผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นเรื่องการเขียนโปรแกรมเพื่อจัดการโครงสร้าง 3D เพื่อแสดงผลผ่าน Googel Earth plug-in โดยข้อมูล 3D เก็บเป็นส่วนย่อยไว้บน Spatial database เพื่อ stream มายัง Application ซึ่งจะเหมาะกับข้อมูล 3D จำนวนมากๆ

ปล. ต่อจากนี้ผมต้อง ทำ Water Mark บนภาพในคู่มือของ Emap ทุกชุดเพราะมีผู้ที่นำคู่มือผลไปหาประโยชน์โดยไม่อ้างถึง โปรดตระหนักหรือระลึกด้วยนะครับว่าทุกบทความ มีลิขสิทธิ์แบบ Creative Common (CC) ผมยินดีที่ท่านจะนำไปต่อยอดหรือทำประโยชน์เชิงสาธารณะ แต่ถ้า copy ไปใช้หาผลประโยชน์ส่วนตัวและอ้างว่าเป็นผลงานส่วนตัวของท่านหรือหน่วยงานท่าน ผมไม่ยินดีนะครับเพราะผมไม่ชอบการถูกเอาเปรียบ

Let’s try Arcgis.com

_______เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีของใหม่ออกมาอกใจไว้หลายวัน พอมีเวลาว่างผมเลยแวะเข้าไปลอง Arcgis.com แบบเต็มๆ โดยจากเดิมขอสรุปสำหรับท่านที่ยังไม่ได้ติดตามตั้งแต่ต้นผมขอเกริ่นนำ  Arcgis.com เป็นซอฟต์แวร์ Map Planet ที่ทำงานบนเว็บในลักษณะของแบบ Web Application สรุปใจความง่ายๆมันก็คล้ายกับเครื่องมือที่ทำให่้เราสามารถเข้าถึงข้อมูล GIS และนำเข้าข้อมูล GIS จากระบบของเราแบบ online service คือจาก Arcgis Server มาแชร์และใช้งานร่วมกัน ส่วน ArcGIS Explorer Online ก็จะเป็นในลักษณะโปรแกรมจัดทำแผนที่ โดยแตกต่างจากเดิมตรงที่ว่าข้อมูล GIS ที่จะนำเข้ามาร่วมในแต่ละชั้น layer นั้นจะนำมาจาก Arcgis Server บน Restful Protocol  และเราสามารถสร้าง account ที่มาพร้อมกับเนื้อที่การจัดเก็บ Map Project และแผนที่ที่เราสร้างขึ้น ฟีเจอร์ที่เน้นและดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นนั้นก็คือเรื่องการทำงานร่วมกันแบบกลุ่ม การแชร์ข้อมูลและการทำรายงานทั้งแบบ presentation และแบบภาพเคลื่อนไหว ผมมีบท review เบื้องต้นมาฝากกันครับ

Arcgis.com

1. เข้าไปที่ http://www.arcgis.com/home/ เพื่อทดลองใช้งานครับ

_______หน้าต่างต้อนรับแรกแบ่งหมวดทำงานหลักๆได้แก่ View the Gallery, Make Map, View Group และ Arcgis Explorer online

2. View Gallery –> เป็นส่วนของการแสดงผลงานของผู้ใช้แต่ละคน ท่านสามารถทำแผนที่เฉพาะเรื่องหรือ Application มาแชร์กับกลุ่มของเพื่อนๆและแชร์กับผู้ใช้ทั่วโลกได้ครับ โดยทางระบบจะทำการจัดกลุ่มความนิยมและจัดลำดับความนิยมของแต่ละส่วนเอาไว้ โดยมีการจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มหลักคือ Maps,WebApps,Mobiles App ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็จะถูกพัฒนาจาก Arcgis API

ตัวอย่างแผนที่หรือ Maps ที่สามารถสร้างได้จาก Arcgis Web MapViewer

ตัวอย่าง Web Apps บน Gallery พัฒนาบน ARCGIS API สำหรับ Javascript, Flex และ Silverlight

ตัวอย่าง Mobile App จาก Arcgis for Iphone และ Arcgis Mobile

3. Make A Map –>สร้างหรือประกอบแผนที่ขึ้นจาก Web MapViewer รองรับการนำเข้าชั้นข้อมูลจาก Arcgis Server และสามารถดึงชั้นข้อมูลจาก Arcgis online มาใช้งานได้

ขั้นตอนการสร้างแผนที่ก็ไม่ยากนะครับ ทำตามขั้นตอนตรง panel ด้านซ้ายมือ เริ่มจากการเลือกพื้นที่ (bbox) ที่จะสร้างบน Map layout

ค้นหาจากชื่อของสถานที่

สามารถเลือก Base Map ที่เตรียมไว้ให้ในรูปแบบ MapService

แอบดีใจ มี OSM ด้วย

ตัวอย่าง Imagery layer ของ Arcgis online ภาพชัดแจ๋วคุณภาพดีมีน่าจะปรับแก้ relief displacement มาแล้ว

ชั้นข้อมูลและ Map Service ที่สามารถเพิ่มเข้ามาได้ มีทั้ง Arcgis Online, GIS Server และจาก Web Content

ทดลองค้นหา Map Content จาก Arcgis online ด้วย keyword “oil”

แผนที่ Oil Spill ที่อเมริกาซึ่งกำลังเป็นที่ติดตามของคนทั่วโลก

identify Feature บนชั้นข้อมูลแผนที่

เพิ่ม ArcGIS Server Service เพื่อนำ Map Content ที่เปิดบริการมาแสดง รู้สึกว่าจะรับเฉพาะในส่วนของ Map Service

ตัวอย่างแผนที่จาก Arcgis Server

สามารถบันทึก Map Project และสามารถเก็บใน folder ของเราได้

หรือว่าจะแชร์และส่ง link ไปให้เพื่อนทาง email

4. ArcGIS Explorer Online –> เป็นรูปแบบของโปรแกรมสร้างและจัดทำแผนที่เบื้องต้นแบบ online ที่พัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยี Silverlight ผู้ใช้สามารถสร้างแผนที่อย่างง่ายได้ รวมถึงการดึงข้อมูล Map Content ทั้งจาก Arcgis Server และ Arcgis online มาใช้ำด้และสามารถทำ presentation จากแผนที่ได้อีกด้วย

log-in เข้าไปยัง space ของเราก่อน โดยสามารถสมัคร account ได้ฟรีครับ

ทำการสร้างแผนที่เฉพาะเรื่อง เพิ่มจากส่วนของ Title แผนที่

เพิ่ม Map Service จาก Arcgis Server ได้

Add ข้อมูล Feature(POINT,LINE,POLYGON) ลงบนแผนที่ ผมสร้างข้อมูลตำแหน่ง landmark บนแผนที่รอบๆที่ทำงาน สามารถเพิ่มรูปภาพ,vdo clip และ link ลงไปใน feature ได้

ชั้น Map Layers ที่ได้

Save ตัว Map Content ที่เราสร้างไว้บน Space ของเรา

ผลลัพธ์เราสามารถแชร์กับเพื่อนๆในกลุ่มหรือปล่อยให้ผู้ใช้ทัวโลกเข้ามาชมได้

รวมถึงการสร้าง Presentation สำหรับการเล่าเรื่องราวต่างๆประกอบแผนที่และข้อมูลเชิงตำแหน่ง

สรุป

_________จากการทดลองเข้าไปเล่น Arcgis.com และการอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้ผมว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ปัจจุบันยังเป็นรุ่น beta ผมคิดอนาคตคงมีการพัฒนาไปอีก โดยรวมจะเน้นไปที่ Social network หรือการ share ข้อมูลและระบบ GIS ออกสู่คนภายนอกองค์กร หรือบุคคลทั่วไป แน่นอนว่าจากการอ่าน comment และการถกเถียง มีการพูดถึงฟีเจอร์ต่างๆที่จะมาถึงในอนาคตเพิ่มเติมเช่น การสนับสนุนมาตรฐาน OGC ,3D support หรือการเชื่อมโยงเข้ากับ NSDI ต่อไป แต่สำหรับการเริ่มต้นถือว่าดีครับ ตอกย้ำจุดยืนของปี 2010 ที่โมเดลของหลายโปรแกรมด้าน GIS ออกมาทำงานในโหมด Work Together หรือ Collaborative มากขึ้น

อ้างอิงจาก

http://www.spatiallyadjusted.com/2010/05/26/arcgis-explorer-online-beta-is-released/?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed:+spatiallyadjusted+(James+Fee+GIS+Blog)

Google Map mail envelopes (LBS2)

_________เดี่ยวนี้การทำงานประจำอาจจะดูเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะการแข่งขันที่สูงมากคนอายุมากขึ้นนอกจากจะต้องแข่งขันกับคนในรุ่นใกล้เคียงกันแล้ว ยังต้องแข่งขันกับเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังจะเข้ามา การแข่งขันที่มากประกอบกับแรงกดดันจากเจ้านาย ก็ทำให้ความสุขในการทำงานลดลง หลายคนมองหาโอกาสการขยับขยายไปดำเนินธุรกิจของตนเอง ผมว่าการสร้างกิจการ SME เล็กๆขึ้นมาก็น่าจะเป็นอะไรที่ไม่เลวนัก การได้เป็นเจ้านายตัวเองประกอบกิจการที่ตัวเองปั้นขึ้นมาเปลี่ยนจากผู้ที่ถูกด่า เป็นฝ่ายด่าลูกน้องแทน วันนี้ผมมีไอเดียสนุกๆของฝรั่งที่เค้านำเอาความคิดสร้างสรรค์มาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์

________ไอเดียของคุณ Syracuse ที่นำแผนที่ถนนจาก Google Map มาพิมพ์และทำเป็นซองจดหมาย แน่นอนว่ามันต้องเป็นบริการทำซองจดหมายเฉพาะของผู้ใช้ เนื่องจากลวดลายและที่อยู่ปลายทางนั้นจะปรากฏบนจดหมาย ผมไม่แน่ใจว่าไอเดียวนี้ขายได้จริงหรือไม่เพราะอาจจะติดเรื่องของลิขสิทธิจาก Google ก็ได้แต่ถ้าถามว่าแจ๋วไหม ตอบได้ว่าแจ๋วดีครับ

_______ในขณะเดียวกันคุณ Beste Miray Dogan ก็ออกแบบการทำซองจดหมายจากแผนที่ของ Google Map เช่นเดียวกัน ในรูปแบบซองจดหมายที่มีการบอกตำแหน่งจากแผนที่ถนน และหมายเลขที่อยู่

______ไอเดียของการเอาข้อมูลเชิงตำแหน่งมาใช้ไม่ได้มีแค่นี้นะครับ ปัจจุบันก็มีบริการสนุกๆที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงตำแหน่งที่มีบริการทั้งจาก Google Map และเจ้าอื่นๆที่ผมว่าอนาคตบ้านเราอาจจะมีให้เห็น ดังรูปด้านล่าง บริการชื่อ ZoomAtlas ที่เปิดให้เราสามารถนำ Post it ไปแปะฝากข้อความไว้ที่บ้านของเพื่อน เพื่อนเก่าหรือญาติเราได้ รวมถึงบริการตามหาเพื่อนเก่ามีส่วนเชื่อมต่อกับ FaceBook API คล้ายกับการส่งข้อความสั้นแต่สนุกเล้าใจตรงที่ได้เห็นหลังคาบ้านของคนปลายทางด้วยครับ และใช้บอกเล่าเรื่องราวในอดีต ระบบนี้มีบริการ Geo Address การค้นหาบ้านเลขที่ และชื่อถนนเพื่อแสดงบนแผนที่และก็เปิดให้เรานำข้อความไปแปะบนนั้นได้ และที่สำคัญมันทำให้เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสำหรับย่านชุมชนเก่าที่เราเคยอยู่หรือพักอาศัย

______หลายคนอาจจะคิดว่า ข้อมูลบ้านเลขที่เป็นความลัพธ์หรือไม่ กูรูในต่างประเทศ ถ้าไม่บอกเจ้าของบ้านก็ยังไม่ถือว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลครับ ยิ่งไปกว่านั้นปีนี้มีโปรเจค OpenAddress.org คล้ายๆกับ OSM แต่ตัวนี้เน้นการชวนอาสาสมัครมากรอกข้อมูล บ้านเลขที่และ POI เข้าไปในระบบเพื่อนำข้อมูลนี้ไปใช้ในระบบสารสนเทศเชิงตำแหน่งต่อไป

_______สรุปสุดท้ายสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ เพราะข้อมูลพื้นฐานและการเปิดบริการข้อมูล จริงๆปัชญาสมัยผมเรียนในตำราเค้าบอกว่า Geospatial Data เป็น infrastructure ที่รัฐต้องจัดหาหรือเตรียมให้นำไปใช้งาน แต่ตอนนี้รัฐอาจจะยังพัฒนาไปได้ไม่ทัน เอกชนเลยทำแทนประกอบกับเทคโนโลยีการสำรวจ การทำแผนที่มันพัฒนาไปได้มากและเร็ว โดยเฉพาะดาวเทียมสำรวจ และระบบ Mobile Mapping ที่หลายค่ายใช้เป็นอุปกรณ์หลักในการจัดเก็บข้อมูลกันอยู่ ข้อมูลที่จัดทำจำนวนมหาศาลถูกจัดการอย่างเป็นระบบและก็เชื่อมต่อเข้ากับระบบบริการข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต มันเลยทำให้เกิดการนำไปใช้ในด้านต่างๆและพัฒนามากยิ่งขึ้น เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าข้อมูลเชิงพื้นที่มันมีอายุและเวลาที่จำกัดทำแล้วเก็บไว้ ไม่นำเทคโนโลยีไป apply หรือนำไปใช้งานต่อยอดมัน ก็จะเสื่อมค่าตามวันเวลาที่ผ่านไปครับ

อ้างอิงจาก

http://www.mcwetboy.net/maproom/2010/02/a_map_envelope.php

http://www.engadget.com/2010/03/31/google-envelopes-turns-gmail-into-snail-mail-wraps-it-in-precis/

Location-Based Services (LBS 1)

______Location-Based Services (LBS) ถ้าเป็นเมื่อสี่ห้าปีก่อนเราพูดถึงเรื่องนี้อาจจะไม่มีใครรู้จัก แต่กันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ เพราะทุกคนพูดถึง LBS ทั้งกลุ่มคนที่ใช้ LBS ร่วมกับ Social Network และกลุ่มนักการตลาดที่ต้องการนำ LBS มาเป็นช่องทางในการขาย โฆษณาสินค้า และการวิเคราะห์พฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภค ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีที่แล้ว ผมเองมีโอกาสได้ทำ LBS โดยเน้นไปที่การบริการข้อมูลเชิงตำแหน่งและ information แต่ตอนนั้นเราเน้นไปที่ one way communication คือผู้บริการให้ข้อมูลทางเดียว โครงการที่ผมทำตอนนั้นใช้กับระบบโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นการให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับสถานที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหารและการวางแผนการท่องเที่ยว แน่นอนว่าอดีตราคาของ GPS และโทรศัพท์มือถือ หรือ Pocket PC ยังคงมีราคาที่แพงอยู่ แต่ปัจจุบันอุปกรณ์มือถือเหล่านั้นราคาถูก และหลายรุ่นในระดับ smart phone ล้วนมีการเพิ่มส่วนของ GPS เข้ามาด้วยมันทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้น หรือการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งของ LBS ในลักษณะที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น กล่าวคือสามารถทำการสื่อสารทางตำแหน่งได้แบบสองทาง ทั้งจากระบบ และจากผู้ใช้ ที่สำคัญการที่ผู้ใช้มี GPS ที่สามารถติดตามเข้าไปในสถานที่จริงได้ทุกที่ ทำให้เพิ่มความสามารถและรูปแบบการทำงานของ LBS ให้สมบูรณ์และดีมากขึ้นกว่าเดิม

______หลายคนกล่าวว่าปีนี้คือปีของ LBS เป็นปีที่พิกัดตำแหน่งของผู้ใช้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาบริการและโปรแกรมประยุกต์ รวมไปถึง Social network โดยการรวมตัวของ Social network กับ LBS กลายเป็นโอกาสและช่องทางของรูปแบบ Social network เกิดใหม่ เช่น FourSquare ,Loopt, Gowalla เป็นต้น  และกลุ่มของ Social network เดิมที่มีการเพิ่มลูกเล่นทาง LBS เข้าเป็น Twitter , Facebook , Buzz เป็นต้น

______เรื่องของ LBS นั้นเป็นหัวข้อการวิจัยและศึกษาพัฒนากันในต่างประเทศพอสมควร และมีทฤษฏีและวิธีการเป็นตำราก็มี ถ้ามีเวลาผมจะนำมาสรูปให้ฟัง แต่ Key หลักที่ทำให้เกิดแนวคิด LBS ในรูปแบบที่เราเห็นมันน่าจะมาจาก Geostream  เรื่องนี้ทำกันมานานเกือบ 2 -3 ปีและมีการเปิดบริการ LBS ในลักษณะนี้เยอะมาก่อน จนเมื่อกลุ่มของ Social Network เห็นและมีความคิดว่ามันน่าจะสามารถมาปิด GAP ระหว่างโลกของคอมพิวเตอร์และโลกของความเป็นจริงได้ กลุ่มของบริษัทเหล่านี้จึงถูกซื้อเข้าไปเช่น กรณีของ Mixer Lab GeoAPI ที่ออกมาพูดถึงแนวคิดนี้ระดับต้นๆ

ตัวอย่าง clip vdo ในงานของ techcrunch เกี่ยวกับ Geostream เชิญนักพัฒนาดังๆจากหลายค่ายมาแลกเปลี่ยนในงานสัมนา

______เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ด้านเทคนิคมันยังซ่อนแนวคิดใหม่ของการจัดการข้อมูลเชิงตำแหน่งอีกหลายประเด็น เช่นเรื่องของการใช้ NOSQL มาขยายระบบ spatial database ของ LBS, รูปแบบการสืบค้นดัชนีและการเข้ารหัสข้อมูลแบบ Geohash ,การปรับปรุงความถูกต้องทางตำแหน่ง และอื่นๆอีกมากมาย (ถ้าสนใจอะไรใหม่ๆลองแวะไปดูที่ where 2010 เพราะงานนี้เป็นอีกงานที่อะไรใหม่ๆในอนาคตจะมาเริ่มต้นและแลกเปลี่ยนกันที่เวทีนี้) จริงๆแล้วเราสามารถจำแนกชั้นขององค์ประกอบในระบบ LBS ได้ดังนี้

ชั้นแรก: Mobile Phone, กล้อง , GPS, IP Geolocation, Wifi Location, Geocode

ชั้นที่สอง: คลังข้อมูลแผนที่ และตำแหน่ง (BaseMap 2.0 ระบบบริการข้อมูลแผนที่ เช่น Google Map, Bing Map, Nokia Map, OSM )

ชั้นที่สาม: เครือข่าย GSM/GPRS, 3G

ชั้นที่สี่: Application เช่น Social Network

______แบ่งง่ายๆเพื่อให้เห็นภาพก่อน แต่ด้านเทคนิคการจัด layer ของระบบ LBS นั้นมีรายละเอียดซับซ้อนกว่านี้ ประเด็นที่อยากชี้เห็นคือโอกาสและช่องทางการนำเอาเทคโนโลยี LBS มาใช้ในการพัฒนาระบบ เมื่อมันมีประโยชน์และเริ่มแพร่หลายการนำมาใช้ การปรับตัวหรือนำมาใช้ในการพัฒนาระบบก็น่าจะทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าและสามารถสร้างโอกาสและลูกเล่นใหม่ๆได้อีกมากมายเลย ทั้งการนำมาใช้ในงานด้าน สุขภาพ,การบริการ, ท่องเที่ยวและอื่นๆ ถ้ามีโอกาสจะมาสอนการพัฒนา application พวก Map Service ให้เชื่อมต่อกับ LBS Social Network เช่น Facebook, Twitter , Fourthsquare ซึ่งบนเทคโนโลยี web 2.0 การ converge นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย คราวนี้แหละครับใครมีความคิดสร้างสรรค์กว่ากันคนนั้นก็จะได้เปรียบ

Reverse Geocode

_____วันนี้นั่งอ่านบทความเรื่อง “who-killed-cartography” ของ MPDALY ซึ่งพูดถึงการบรรยายของ ed parson เรื่อง beyond cartography รู้สึกว่าอาจจะเป็นไปได้ ตามที่ผู้เขียนพูดไว้ ในกระทู้มีการ discuss กันอย่างแรงของสองฝ่ายคือผู้เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย ผมเองไม่ใช้นักแผนที่ ไม่ได้ซาบซึ้งอะไรมากนักกับการมีอยู่หรือจากไปของแผนที่กระดาษ เพราะคิดว่าเราต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และต้องยืดหยุ่นกับงานมากกว่าการยึดติด คนที่ใช้แผนที่กระดาษเท่าที่ผมพบส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยว ที่มากเที่ยวในเมืองไทยพวกนี้ยังหยิบแผนที่กระดาษจากสนามบิน หรือดูแผนที่กระดาษจากหนังสือท่องเที่ยวและใช้มันในการนำทาง แต่ล่าสุดผมเจอสองสามีภรรยาชาวฝรั่งเศษ เค้าใช้ navigator ใน iphone นำทางไปเที่ยวในกรุงเทพ ตอนแรกผมนึกว่าเค้าจะถามผมเกี่ยวกับวิธีการเดินทาง แต่ไม่ใช้เค้ากลับถามผมว่ามันคุ้มค่าหรือดีพอที่จะไปเที่ยวไหม นักอธิบายกันอยู่นานจนสองสามีภรรยาจึงเดินทางไปเที่ยวที่นั้น เพื่อนผมที่เป็นนักเดินทางตัวแม่ก็บอกว่าที่สิงค์โปรมีการแจก pda ที่มีแผนที่ท่องเที่ยว พร้อมคำบรรยายให้นักท่องเที่ยวยืมจากโรงแรม เพื่อใช้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบประหยัด ตามใจตัวเอง นี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้แผนที่ดิจิตอลแทนแผนที่กระดาษ

_____แต่ต้องแยกออกจากกันนะคำถึงในอนาคตการใช้งานแผนที่กระดาษจะลดลง แต่ศาสตร์การทำแผนที่และเทคโนโลยีการทำแผนที่ไม่ได้หายไป กลับกันมันกับถูกพัฒนาขึ้นให้ดีและมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นจากเทคโนโลยีต่างๆในกระบวนการจัดทำแผนที่ ผลลัพธ์ก็จะถูกเผยแพร่เป็น digital map มากขึ้นเท่านั้นเองและแน่นอนว่าอินเตอร์เน็ตย่อมเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ รวมไปถึงเทคโนโลยีอื่นๆเช่น LBS,ITS เป็นต้น วันนี้ไหนๆพูดถึงเรื่องแผนที่แล้ว ขอแวะเข้าเรื่อง geocode สักหน่อย จริงๆแล้ว geocode สำคัญนะครับแต่ในบ้านเรายังไม่เห็นเป็นรูปธรรมสักเท่าไหร่ เพราะในเรื่องของการนำทาง การอธิบายตำแหน่ง geocode ก็เป็นเครื่องมืออย่างดีในด้านนี้ ด้วยความสำคัญทำให้เราเป็น Geocode Service คล้ายกับการทำระบบ Map Service ผมของยกตัวอย่างและการใช้งานของ Google Geocode API เอาไว้เป็น idea โดยวันนี้เขียน code เรื่องของ reverse geocode อธิบายง่ายๆคือนอกจากจะใช้ geocode บนตำแหน่งได้แล้ว ยังใช้ reverse geocode บนตำแหน่งในลักษณะคำบรรยายได้อีกด้วย ตัวอย่างการเขียน code ผ่าน GClientGeocoder Class ใน Google Map API ครับ

 

function initialize() {
if (GBrowserIsCompatible()) {
map = new GMap2(document.getElementById(“map”));
map.addControl(new GLargeMapControl());
map.addControl(new GMapTypeControl());
map.enableScrollWheelZoom();
mygeocode = new GClientGeocoder();
GEvent.addListener(map, “click”, clicked);
}
}
function clicked(overlay, latlng) {
if (latlng) {
mygeocode.getLocations(latlng, function(addresses) {
if(addresses.Status.code != 200) {
alert(“((ผิดพลาด ” + latlng.toUrlValue());
}
else {
address = addresses.Placemark[0];
var myHtml = address.address;
map.openInfoWindow(latlng, myHtml);
}
});
}
}

 

3

ตัวอย่างการใช้งานครับ เมื่อ click ไปบนแผนที่แสดงคำบรรยายของสถานที่ ข้อสังเกต geocode ในฐานข้อมูลของ google ในเมืองไทยละเอียดแค่ระดับชื่อถนน เท่านั้นแต่ในอเมริกาบางแห่งนี้ละเอียดระดับ บ้านเลขที่เลยนะครับ

 

 

ดู presentation ของ ed parson ได้ที่

http://www.edparsons.com/2009/11/beyond-cartography-bcs-presentation/

Maps Ad Unit:Overlay adsense on Googlemap

________ผมเขียนเรื่องเกี่ยวกับการนำ Mapping และ GIS ไปใช้ในงานธุรกิจมาแล้วหนึ่งหัวข้อผลตอบรับค่อนข้างดีจริงๆ มันทำให้ผมเชื่อว่าช่องทางในการนำเทคโนโลยีด้านนี้ไปใช้น่าจะกว้างขึ้นมากไม่จำกัดเฉพาะงานทางวิทยาศาสตร์ อย่างเดียว วันนี้ผมยังคงมีอีกหนึ่งตัวอย่างเรื่องการนำ GIS ไปใช้กับการทำการตลาด การโฆษณา

________ Goole Map API ได้มีการผนวกรวม Adsense โมเดลธุกิจและการโฆษณาเข้าไว้ด้วยกัน ความน่าสนใจคือการเชื่อมความสัมพันธ์ของ content ที่ลงโฆษณากับตำแหน่งเชิงพื้นที่ เช่นเมื่อเรา zoom แผนที่เข้าไปบริเวณขอบเขต(BBOX) ในส่วนของ Adsense จะมีการเปลี่ยนหัวข้อโฆษณาซึ่งสัมพันธ์กับพื้นที่นั้น ที่สำคัญรองรับภาษาท้องถิ่นของประเทศต่างๆด้วย สำหรับผู้ใช้หรือผู้พัฒนา web application ผมมองว่านี้เป็นอีกรูปแบบที่จะเข้าไปทำธุรกิจ หารายได้ โดยปัจจุบันผู้พัฒนา web application มักจะมีบัญชีของ Adsense ของ Google เพื่อติดโฆษณาลงบนหน้า webpage

1

_________ในด้านเทคนิคก็ไม่ยากนะครับ เริ่มต้นจากการสมัคร Adsense แล้วเราสามารถกำหนดพารามิเตอร์ของ Adsense ผ่านทาง GAdsManager เช่น publisher ID และ AFC

12

เปิดบัญชีก่อนนะครับ

ข้อมูลสำคัญ publisher ID และ AFC

________ทำการเขียน code สำหรับ embed ตัว adsense ลงบน Google Map API ด้วยภาษา javascript ดังนี้

<script type=”text/javascript”>

function initialize() {

var map;

if (GBrowserIsCompatible()) {

map = new GMap2(document.getElementById(“map_canvas”));

// กำหนดพิกัด center ของแผนที่

map.setCenter(new GLatLng(12,100.245), 13);

}

// กำหนด  publisher ID

var publisherID = ‘ca-pub-21549637651111113′;

var adsManagerOptions = {

maxAdsOnMap : 2,

style: ‘adunit’,

// กำหนด  channel สำหรับ  Google AdSense tracking

channel: ‘686494126’

};

adsManager = new GAdsManager(map, publisherID, adsManagerOptions);

adsManager.enable();

}

</script>

<script type=”text/javascript”>
function initialize() {
var map;
if (GBrowserIsCompatible()) {
map = new GMap2(document.getElementById(“map_canvas”));
// กำหนดพิกัด center ของแผนที่
map.setCenter(new GLatLng(12,100.245), 13);
}
// กำหนด  publisher ID
var publisherID = ‘ca-pub-2154963765295393′;
var adsManagerOptions = {
maxAdsOnMap : 2,
style: ‘adunit’,
// กำหนด  channel สำหรับ  Google AdSense tracking
channel: ‘6864950726’
};
adsManager = new GAdsManager(map, publisherID, adsManagerOptions);
adsManager.enable();
}
</script>

_______เท่านี้ก็สามารถนำเอาโฆษณาจาก Adsense เข้ามาไว้บนแผนที่ Google Map ได้แล้วครับ

2ผลลัพธ์ที่ได้ครับ สามารถเลือกโฆษณาภาษาไทยได้ครับ แต่ผมไม่เลือกด้วยเหตุผลทางเทคนิคบางประการ

_______ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ครับ นอกจาก Adsense แล้ว Google Map API ใหม่ยังรองรับ Google Bar อีกด้วยสำหรับท่านที่เคยนำ Search Toolbar ของ Google ไปติดบน webpage น่าจะคุ้นเคยดี แต่เวอร์ชั่นนี้เป็นลักษณะของการนำเอา infomation เชิงตำแหน่งมาพ่วงกับผลการค้นหา เช่นถ้าเราพิมพ์คำว่า “หอพัก” ผลการค้นหาก็จะได้รายชื่อหอพัก และตำแหน่งบนแผนที่ Google Map ขั้นตอนการเขียน code เพื่อเพิ่ม Google Bar ก็สั้นๆดังนี้ครับ

var opts = { googleBarOptions : {

style : ‘new’, adsOptions : {

client : xxxx  // AFS client id

}}}

map = new GMap2(document.getElementById(“map”), opts);

map.setCenter(new GLatLng(12,100), 13);

map.enableGoogleBar(); // เพิ่ม Google Toolbar

48

อ้างอิงจาก

http://code.google.com/apis/maps/documentation/reference.html#GAdsManager