SMMS_

สิงหาคม 30, 2009

____ช่วงนี้ฝนตกบ่อย แผนการจะเดินทางไปเที่ยวเล่นนอกบ้านจึงต้องยกเลิกออกไป สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพแล้วส่วนมากมักจะไปค่อย enjoy กับหน้าฝนนัก เพราะหน้าฝนมักเป็นอุปสรรค์กับการถ่ายภาพ outdoor แต่ผมกับชอบหน้าฝนนะ โดยเฉพาะเวลาที่ฝนตกใหม่ๆอากาศมันชิวดี ต้นไม้ใบไม้ก็เขียวได้ใจกันเลยทีเดียว วันอาทิตย์สบายๆผมตื่นเช้าไปทำบุญและแวะไปเดินตลาดที่ร้อยวันพันปีไม่เคยได้มีโอกาส ได้โจ๊กมากหนึ่งถุงกะปาท่องโก๋สี่ขาถ้วน กลับบ้านมานั่งกินกับกาแฟเอสเปรสโซ่หอมๆที่ออกมาจากเครื่องชงกาแฟไฮโซ ที่ผมอุตสาห์หอบหิ้วมาจากกรุงเทพราคาหลายพันบาท อารมณ์ประมาณว่าช่วงพีคทำงานยังแจ้งหลายวันติด พออยากกาแฟขึ้นมายามดึกแล้วต้องมากินกาแฟโรบัสต้าร์ รสอมเปรี้ยวหัวสมองมันไม่เดินจริงๆ ยอมตัดใจซื้อเครื่องแบบ stream มาชงอิตาเลียนโรสกิน

____สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกเสียดายมากๆคือการละเลยที่จะเขียนถึง SMMS ดาวเทียมอีกดวงในการควบคุมของไทย (กึ่งๆแต่ไม่ 100%)ภายใต้การกำกับของกระทรวง ICT จำได้ว่าช่วงแรกมีการกว่าขวัญถึงกันเยอะแต่ยังแพ้พี่คนโตอย่าง theos แต่ที่ได้ใจผมคือมันเปิดให้ดาวน์โหลดข้อมูลมาใช้ฟรี ผมเองกำลังเขียนคู่มือการดาวน์โหลดมาใช้ เพื่อว่าจะเป็นประโยชน์ทางงาน Geoinfomatic และ Remote Sensing เพราะคนที่ทำงานด้านนี้ยังใช้น้อย แต่คู่มือยังไม่ทันเสร็จเดือนนี้ทาง web ของ SMMS บอกว่าไม่ให้ดาวน์โหลดแล้วเพราะติดปัญหาการบริการกับทางการจีน ผมเองขอเอาใจช่วยให้เคลียร์กันให้ลงตัวเร็วๆนะครับ

99

____ จริงๆแล้วสำหรับคนที่ทำ research ทาง remotesensing แบบเดียวกับผมเรารู้จักดาวเทียม hyperspectral สัญชาติจีนชื่อ HJ-1A, HJ-1B กันมานานระดับหนึ่งแล้ว ดาวเทียมกลุ่มนี้เป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติขนาดเล็ก และก็มีลูกพี่ลูกน้องอีกหนึ่งเป็น radar satellite ชื่อ  HJ-1C มีทั้ง sensor แบบ CCD และ Infrared Multispectral กล่าวคือแบ่งสองพวก

1. CCD (Optical sensor) บันทึก 30 เมตร จำนวน 4band(B,G,R,NIR) ชนิด 8 bit/pixel swath :720 km

2. Hyper-spectral camera มี 128 band ช่วง 0.45-0.95 รายละเอียดจุดภาพ 100 m. swath :50 km  บันทึกภาพขนาด 12 bit/pixel

_____ประโยชน์มีมากมายมหาศาลครับ เพราะเป็นดาวเทียมที่ทันสมัย มีการบันทึกภาพและส่งข้อมูลมาทุกวัน Hyper-spectral มีบอดไปบ้างบางช่วงแต่ก็ ok นำมาทำพวก NDVI การจำแนกด้วยเทคนิคเชิงคลื่นได้ดีทีเดียว ลองแวะไปดูตัวอย่างที่ http://smms.ee.ku.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=25&Itemid=38

_____ความน่าสนใจที่จีนพยายามทำคือการใช้ Hyper-spectral ทำพวก Spectral Image Cube เพื่อจำแนกอายุของพืชพันธุ์ การประเมินปริมาณป่าไม้จากปริมาณคลอโรฟีลที่ detect ได้จากการใช้ Hyper-spectral แน่นอนว่าดีกว่าการใช้NIR หรือ IR อย่างเดียว แต่ผมลองทำตามก็ยังไม่ได้นะ ไม่แน่ใจเพราะว่าข้อมูลที่ถ่ายจาก Hyper-spectral camera ค่า DN มันน้อยเกินไปหรือว่าผมยังไม่ถ่องแท้ในกระบวนการก็ไม่ทราบได้ พยายามจะลองทำโมเดลการคำนวณ carbon-credit บริเวณป่าหลังบ้านเพื่อว่าจะไปขายกะเขาได้บ้าง จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ work แต่ผมว่าแนวทางจากที่ search paper ดูมีเยอะนะถ้าจับเป็นงานวิจัยจริงๆจังๆน่าจะทำได้

_____ผมมีตัวอย่างมาให้ดูด้วยครับ ต้องขอบคุณกัลยาณมิตรพี่วิโรจน์ที่ให้ยืมข้อมูล เนื่องจากดาวน์โหลดข้อมูลแม้จะฟรีแต่ก็ต้องสมัคร ยืนคำร้องกับกระทรวง ICT ทางโทรสารผมเองยังไม่ได้ยื่นอย่างเป็นทางการ ประกอบกับต้องการใช้งานแค่ 2 sence

988ตัวอย่าง ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมแบบ optical ที่ดาวน์โหลดมา

991ตัวอย่างภาพสีผสม RGB

990ตรวจสอบ header และระบบพิกัดที่ได้มาเป็น UTM47 WGS84

992ได้ข้อมูล Sattellite_Zenith_Azimuth มาด้วยครับ

993สุดท้ายของสำคัญคือ Sensor Model ของ HJ1A

อ้างอิงและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

1.http://www.cnsa.gov.cn/n615709/n620682/n639462/168207.html

2. http://smms.ee.ku.ac.th/index.php


ArcGIS Desktop 9.4 Geoprocessing Models

สิงหาคม 28, 2009

______ไปพบ vdo clip เรื่องของ Arcgis 9.4 innovation จากงาน 2009 ESRI International User Conference เรื่องเกี่ยวกับ Geoprocessing Models ดูแล้วน่าสนใจดี เลยนำมาแปะไว้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย topic ที่อยู่ใน top 9 innovation ของ arcgis 9.4 สามารถดูได้จาก youtube โดย Top 9 ที่ว่าประกอบด้วย 9. User Interface,   8. Attribute Tables., 7.  Search., 6.  Reporting., 5.  Geoprocessing Tools., 4. Layers Tab., 3. Symbol Search., 2. Temporal Mapping., 1. Fast Basemaps. อยากทราบว่าแต่ละอันเป็นอย่างไรก็ลองดูได้จาก link ใน youtube นะครับ


Mobile map projector

สิงหาคม 27, 2009

____วันนี้เอาอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่นำเอา GPS ไปผนวกรวมและสร้างเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันใหม่ ที่น่าสนใจไม่น้อย อุปกรณ์ที่ผมว่านี้คือ Maptor

____Maptor คือ Projector แบบพกพาที่มีฟีเจอร์ของ GPS กับ Mapping สำหรับการนำทางเอาไว้ด้วย  หน้าตาของ Maptor คล้ายๆกระบอกไฟฉายสามารถ ฉายแผนที่และแสดงตำแหน่งปัจจุบันของตัวเองบนแผนที่ได้ เหมาะสำหรับการออกไปท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเป็นอย่างยิ่ง การที่เราจะมาไก่กาดูแผนที่บนหน้าจอมือถือเล็กๆ มันก็จะไม่ได้อารมณ์ อารมณ์ที่ว่าเป็นอารมณ์ที่เกิดจากการได้สุมหัววางแผนการเดินทางกับเพื่อนร่วมเดินทางพร้อมกัน ถ้ามี Maptor ก็แค่หามุมที่มีผนังเรียบๆ แสงน้อยแล้วก็จัดแจงฉายแผนที่ขึ้นโชว์ได้เลย Maptor ออกแบบและพัฒนาโดย Jinsun Park and Seonkeun Park of South Korea’sSamsung Art & Design Institute

_____ดูจากภาพจะพบว่าตรงปากกระบอกของ Maptor สามารถหมุนไปมาเพื่อขายภาพได้ Maptor ได้รางวัล International Design Excellence Awards ปัจจุบันยังไม่มีวางขายนะครับ แต่คาดว่าไม่นานน่าจะมีออกมาจำหน่าย ผมเองก็กะว่าจะหามาไว้ใช้สักอันเวลาไปเที่ยวตอนกลางคืนจะได้ไม่หลงทาง :D

อ้างอิงจาก

http://news.cnet.com/8301-17938_105-10316753-1.html


Twitter Location

สิงหาคม 24, 2009

____ปัจุบันในยุค after google กระแสของ location กลายเป็นเรื่องที่หลายๆระบบและบริการมีการนำไปใช้ประสานเข้ากับ application หรือ platform ของตัวเองเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆให้กับกลุ่มผู้ใช้ ล่าสุดผมเพิ่งไปอ่านข่าวเจอ ผู้พัฒนา Twitter platform มีการเปิด location-aware API แนวคิดคล้ายๆกับการที่ผู้ใช้สามารถ twit ข้อความและ location เข้ามาในระบบเพื่อแสดงตำแหน่งของตนเองกับกลุ่มเพื่อนที่ follow แต่ผู้ใช้ก็สามารถเลือกที่จะ sharing location หรือไม่ก็ได้ โดยไม่เป็นการบังคับ ซึ่งอาจจะเป็นการไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ใช้ได้ ปัจจุบัน geolocation API เปิดให้ developer ได้ลองพัฒนาแล้วโดยเฉพาะ client ที่ทำงานบน mobile device

___ซึ่ง API เดิมก็มีการรองรับเรื่องของ geolcation อยู่บ้างแต่เป็นแค่ระดับเมือง ใช้ geocode ที่เป็บชื่อเมือง เช่น

curl -u USER:PASSWORD -d location=”Bangkok, Thailand”

http://twitter.com/account/update_location.json

___ Geolocation ใหม่ของTwitterนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งของ พวก location-based social networks หลายๆตัวเช่น LooptPelago และ Brightkite รวมไปถึง google mobile โดย API

ใหม่จะรองรับการ update ข้อมูล location ในรูปแบบ rest api

curl -d “lat=10.780467&long=100.396762&status=I love bangkok” -u user:pass

“http://twitter.com/statuses/update.xml”

ตัวข้อมูลเก็บในระบบแบบ Georss ลักษณะแบบนี้ครับ

<?xml version=”1.0″ encoding=”UTF-8″?>

<status>

<created_at>Tue Apr 07 22:52:51 +0000 2009</created_at>

*<geo xmlns:georss=”http://www.georss.org/georss”>*

*<georss:point>10.780467** 100.396762**</georss:point>*

*</geo>*

<user>

<id>1401881</id>

<name>pkgis</name>

*<geo_enabled>true</geo_enabled>*

</user>

</status>

curl -u USER:PASSWORD -d location=”Bangkok, Thailand”
http://twitter.com/account/update_location.json

แวะเข้าไปดู API ที่จะ update ได้จาก

http://apiwiki.twitter.com/Twitter-REST-API-Method:-statuses update อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://groups.google.com/group/twitter-development-talk/browse_thread/thread/c1fd5f79cb6e62b5

หรือ http://blog.twitter.com/2009/08/location-location-location.html

___คราวนี้ละครับ ถ้าท่านพลาดเปิด service นี้เราอาจจะตามหาตัวคนสำคัญ จาก twitter ก็เป็นไปได้นะ :D


Openlayer meet Arcgis Server

สิงหาคม 23, 2009

______บ่อยครั้งที่ผมมักเจอคำถามว่าใช้ซอฟต์แวร์ GIS ที่เป็น commercial ด้วยหรือ? แล้วตามด้วยน้ำเสียงแดกดันเล็กๆว่า “นึกว่าใช่แต่ opensource” ผมเองก็ได้แต่ยิ้มไม่ได้ตอบอะไร จริงๆแล้วอยากอธิบายให้น้องๆหรือเพื่อนๆที่คิดจะทำงานด้าน GIS ว่าการเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างโดยไม่ยึดติดเป็นเรื่องดี ใช้ได้หลายๆโปรแกรม เพราะหน้าที่ของเราคือการพัฒนาระบบ การชี้นำหรือมีอคติไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา ผมเองใช้ได้ทั้ง commercial และ opensource โดยคนที่ีเลือกไม่ใช่ผมคนเลือกจริงๆคือลูกค้าหรือหน่วยงานต่างหาก ถ้าลูกค้ามีเงินจะจ่ายพอใจที่จะใช้ solution แบบ commercial เราเองต่างหากที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมไม่เห็นด้วยกลับการที่จะยกข้อด้อยมาเป็นข้อโจมตีเพื่อดึงดันจะเอาชนะ ไม่ต่างอะไรกับพวกที่เอาแต่ตะแบงเพื่อความสะใจโดยไม่ฟังเหตุและผลของผู้คนในสังคม จุดอ่อนของ opensource คือการ maintenain ข้อนี้เป็นเรื่องที่ทราบกันดี จนหลายคนที่จะเลือกใช้ก็ต้องตระหนักกว่าจะแก้ปํญหาหนึ่งกันได้ ต้องวิ่งกันขาขวิด หาทางออกกันอย่างมากมาย ต่างจาก commercial ที่ท่านสามารถโทรถามผู้เชี่ยวชาญได้ตลอด นั้นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลัก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องแยกให้ออกระหว่างการใช้งานโปรแกรมกับทฤษฏี ถ้าเข้าใจในเรื่องของทฤษฏีไม่ว่าใช้โปรแกรมอะไรผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพไม่แพ้กัน

______วันนี้พามาดูอีกตัวอย่างของการบรรจบกันของ commercial product กับ opensource ผมยกตัวอย่าง openlayers โปรแกรม Opensource Web Mapping Client ที่ได้รับความนิยมมากอีกตัวหนึ่ง Openlayers มีการพัฒนา Class สำหรับการเพิ่มชั้นข้อมูลที่มาจาก Arcgis Server API จาก blog ที่ผ่านมาผมเขียนถึง arcgis server javascript API แบบเขียน code สำหรับ web mapping ทั้งหมด วันนี้เป็นตัวอย่างของการใช้ openlayers กับ ArcGIS Server 9.3 Rest API โดยข้อมูลมากจาก sampleserver1.arcgisonline.com โดยสามารถกำหนดการแสดงผลแผนที่ตามตัวอักษรของชื่อขึ้นต้นแต่ละรัฐได้

Step การทำงาน

1. เพิ่ม Openlayers library ลงใน Html

<script src=”../OpenLayers.js“></script>

2. เขียน code ภาษา javascript สำหรับ application

<scrip type=”text/javascript”>

var map;

var layer;

function init(){

var mapOptions = {

// กำหนด extent ครอบคลุมบริเวณแผนที่, ใช้ SRS เป็น epsg:4326 geodetic WGS84

maxExtent: new OpenLayers.Bounds(-174,18.4,-63.5,71),maxResolution: 0.25,projection: “EPSG:4326″};

map = new OpenLayers.Map( ‘map’, mapOptions );

// Add Service จาก Arcgis Server

layer = new OpenLayers.Layer.ArcGIS93Rest( “ArcGIS Server Layer”,

“http://sampleserver1.arcgisonline.com/ArcGIS/rest/services/Specialty/ESRI_StateCityHighway_USA/MapServer/export”,

{layers: “show:0,2″});

map.addLayer(layer);

map.addControl( new OpenLayers.Control.MousePosition() );

map.setCenter(new OpenLayers.LonLat(-115, 45), 0);

}

function enableFilter() {

// Filter layer ข้อมูลจาก REST API

layer.setLayerFilter(2, “STATE_NAME LIKE ‘%” + document.getElementById(‘filterValueField’).value + “%’”);

layer.redraw();

}

function disableFilter() {

layer.setLayerFilter(2, null);

layer.redraw();

}

function updateButton() {

document.getElementById(‘filterButton’).value = “Show ‘” +

document.getElementById(‘filterValueField’).value + “‘ States”;

}

</script>

3. add event onload ลง html โดยเก็บไว้ที่ body oject เพื่อ run ฟังก์ชั่น init()

<body onload=”init()”>

4.  ใส่ control object และ DIV สำหรับแสดงแผนที่

<div id=”map” class=”smallmap”></div>

<input id=”filterValueField” type=”textfield” value=”A”/>

<input id=”filterButton” type=”button” onclick=”enableFilter();” value=”Filter States”/>

<input type=”button” onclick=”disableFilter();” value=”Show All States”/>

_____เสร็จสิ้นกระบวนความแล้วครับ รวดเร็วและก็ไม่ยุ่งยาก ลองแวะไปดูผลลัพธ์ได้ที่

http://www.openlayers.org/dev/examples/arcgis93rest.html

122

<scrip type=”text/javascript”>
var map;
var layer;
function init(){
var mapOptions = {
maxExtent: new OpenLayers.Bounds(-174,18.4,-63.5,71),
maxResolution: 0.25,
projection: “EPSG:4326″};
map = new OpenLayers.Map( ‘map’, mapOptions );
layer = new OpenLayers.Layer.ArcGIS93Rest( “ArcGIS Server Layer”,
“http://sampleserver1.arcgisonline.com/ArcGIS/rest/services/Specialty/ESRI_StateCityHighway_USA/MapServer/export”,
{layers: “show:0,2″});
map.addLayer(layer);
map.addControl( new OpenLayers.Control.MousePosition() );
map.setCenter(new OpenLayers.LonLat(-115, 45), 0);
}
function enableFilter() {
layer.setLayerFilter(2, “STATE_NAME LIKE ‘%” + document.getElementById(‘filterValueField’).value + “%’”);
layer.redraw();
}
function disableFilter() {
layer.setLayerFilter(2, null);
layer.redraw();
}
function updateButton() {
document.getElementById(‘filterButton’).value = “Show ‘” +
document.getElementById(‘filterValueField’).value + “‘ States”;
}
</script>

Arcgis Server:

สิงหาคม 21, 2009

_____หลังจากที่กลับมาจากงาน TUC 2009 เมื่อวานนี้ มีแต่คนถามผมว่าเป็นยังไงบ้าง ได้อะไรกลับมาบ้าง ได้แต่ตอบกลับไปว่าได้มาเยอะแยะเลย แรงบันดาลใจ เล่นเอางงกันไปเลยขี้เกียจอธิบายต่อ จริงๆแล้วจะดูเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ถ้าได้ flash drive หรืออะไรที่มันจับต้องได้มาอวดพี่ๆน้องๆ แต่ไม่เป็นไรปีนี้ไม่ได้ปีหน้าเอาใหม่ แต่ที่ว่าได้แรงบันดาลใจนะได้จริงๆนะเพราะว่าเหมือนกับเราได้ไปเห็นว่ามีเทคนิคหรือเทคโนโลยีอะไรใหม่ๆที่ใช้ในการพัฒนา application ด้านนี้บ้าง ในความคิดผมก็ดูเหมือนว่า arcgis server น่าจะเป็นพระเอกมากตัวหนึ่งในเทคโนโลยีของ ESRI ตามมาได้สักพัก เพิ่งจะได้มาดูของจริงก็วันงานนี้เอง เวลาผมเดินดูงานตามบูตต่างๆ ผมชอบดูตัวอย่างการนำไปประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ จริงๆแล้วหลีกเลี่ยงที่จะถามคำถามที่ลงลึกทางเทคนิคเกินไป สงสารคนตอบดูเหมือนว่าจะเหนื่อยเพราะงานนี้คนเยอะจริงๆ ยิ่งถามมากก็จะไปเพิ่มงานให้เค้าเปล่า

_____ช่วงบ่ายแวะเข้าไปฟัง Arcgis Server ในห้องบรรยายมาน่าสนใจมาก คนบรรยายก็น่ารักได้ใจจริงๆเลย กลับมาเลยมาซ้อมมือซะหน่อย อยากลองเล่นเลยแวะไปใช้ service ของ sample server ที่ http://sampleserver1.arcgisonline.com/arcgis/rest/services เสียดายจริงๆที่ไม่มี server ในไทย เพราะว่า sample server ผมว่าช้าได้ใจจริงๆ ผมลอง Arcgis Server ที่เป็น JavaScript API จริงๆแล้วมี Flex และ Silver light ด้วยครับ พอใช้  JavaScript API เลยหนีไม่พ้นที่ต้องเปิดตำราดู API ของ DOJO ด้วย สำหรับ ARCGIS Server รองรับทั้ง 3 หมวดงานใหญ่ๆคือ

  • Maps – แสดงผลแผนที่
  • Graphics – รองรับ Event handle บนฟีเจอร์
  • Tasks – รองรับ API ที่ติดต่อกับ class ต่างๆบน Arcgis Core เช่น
    • Querying
    • Finding addresses
    • Finding attributes
    • Identifying features
    • Geoprocessing
_____นอกจากนี้ก็ยังมี Tile Service ที่รองรับการทำงานสำหรับ Google Map และ Virtual Earth ด้วย รายละเอียดอ่านได้ที่ http://resources.esri.com/arcgisserver/ สำหรับ Arcgis Server ที่ Sample Server มีให้ลองทั้ง Rest และ Soap ผมเลือก Rest หน้าตาของ Rest ก็เป็นแบบนี้ครับ
{
  "serviceDescription" : "This service contains population density polygons, country boundaries, and city locations for the world. The map is color coded based on the number of persons per square mile (per every 1.609 kilometers square). Population data sources included national population censuses, the United Nations demographic yearbooks, and others. In general, data currency ranged from 1981 to 1994.",
  "mapName" : "Layers",
  "description" : "This service contains population density polygons, country boundaries, and city locations for the world. The map is color coded based on the number of persons per square mile (per every 1.609 kilometers square). Population data sources included national population censuses, the United Nations demographic yearbooks, and others. In general, data currency ranged from 1981 to 1994.\n",
  "copyrightText" : "(c) ESRI and its data partners",
  "layers" : [
    {
      "id" : 0,
      "name" : "CEISEN Population",
      "parentLayerId" : -1,
      "defaultVisibility" : true,
      "subLayerIds" : null
    }
  ],
  "spatialReference" : {
    "wkid" : 4326
  },
  "singleFusedMapCache" : false,
  "initialExtent" : {
    "xmin" : -187.354832172645,
    "ymin" : -205.437772593979,
    "xmax" : 184.404362321765,
    "ymax" : 229.041531401022,
    "spatialReference" : {
      "wkid" : 4326
    }
  },
  "fullExtent" : {
    "xmin" : -180,
    "ymin" : -90,
    "xmax" : 180,
    "ymax" : 90,
    "spatialReference" : {
      "wkid" : 4326
    }
  },
  "units" : "esriDecimalDegrees",
  "documentInfo" : {
    "Title" : "GlobalPopulation",
    "Author" : "serverxadmin",
    "Comments" : "",
    "Subject" : "",
    "Category" : "",
    "Keywords" : ""
  }
}
___STEP การเขียนโปรแกรม คล้ายๆกับ Mush Up api ทั่วไปครับ คือไม่ยาก สั้นๆไม่กี่บรรทัด ตัวอย่างง่ายๆจะเอา Arcgis Server มาทำงานกับ Google Map API
1. ใส่ Google Map API Key ลงไป
<script src="http://maps.google.com/maps?file=api&amp;v=2&amp;key=ABQIAAAA7_kD1t_m22HBF9feCaDPZxQqVU-Nu5zxWx1DXHBbCVSjdvSgHBRp_uleGkEg3oCH1fHjexeV2lXfgA" type="text/javascript"></script>
2. initial ตัว Arcgis Server API ลงใน javascript ผ่าน dojo
<<script type="text/javascript">
dojo.require("esri.map"); var map; function init() { map = new esri.Map("mapDiv"); dojo.connect(map, "onLoad", addGeocodedPoint);
var mytile = new esri.layers.ArcGISTiledMapServiceLayer ("http://sampleserver1.arcgisonline.com/ArcGIS/rest/services/Portland/Portland_ESRI_LandBase_AGO/MapServer");
map.addLayer(mytiled);
}
script type="text/javascript">
dojo.require("esri.map");
var map;
3. Add point marker จาก google map geocode
function addGeocodedPoint() {

	var theX;
        var theY;
	var addr = "Portland";
	geocoder = new GClientGeocoder();
	geocoder.getLatLng(addr,function(point) {
	      theX = point.lng();
	      theY = point.lat();
	      var msr = map.spatialReference;
	      var pointESRI = new esri.geometry.Point(Number(theX), Number(theY), msr);
	      var markerSymbol = new esri.symbol.SimpleMarkerSymbol();
	      markerSymbol.setStyle(esri.symbol.SimpleMarkerSymbol.STYLE_CIRCLE);
	      markerSymbol.setSize(12);
	      markerSymbol.setColor(new dojo.Color([255,0,0,0.5]));
	      var pointGraphic = new esri.Graphic(pointESRI, markerSymbol);
	      map.graphics.add(pointGraphic);
	 }
4. กำหนด init ให้กับ event onload ของ body
dojo.addOnLoad(init);
___สำหรับโค้ดตัวอย่างผมแกะมาจาก
 https://s3.amazonaws.com/GMaps/google_geocode_graphic.html
ตัวอย่างอื่นๆดูได้จาก
-http://resources.esri.com/arcgisserver/apis/javascript/gmaps/index.cfm?fa=home
-http://geochalkboard.wordpress.com/2009/01/20/enhancing-your-google-maps-applications-with-markermanager-and-progressbarcontrol/
- http://blogs.esri.com/Dev/blogs/arcgisserver/
http://mandown.co.nz/esri/arcgis-api-for-javascript-1-4-now-available/


Longdo Traffic

สิงหาคม 21, 2009

______หลังจากที่มีโอกาสได้เข้าไปทดลองเล่นมาได้ สองวันเลยขอนำมาประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณทลได้ทดลงอนำไปใช้กันครับ บริการใหม่ของทาง longdo ที่ออก Longdo Traffic และ Longdo Mobile บริการข้อมูลแผนที่ประเทศไทยพร้อมสภาพจราจรผ่านทางหน้าเว็บ และ โทรศัพท์มือถือ แบบ real-time ความน่าสนใจคือเรื่องของการแสดงผลการจราจรในรูปแบบแผนที่แบบ real-time พร้อมกับข้อมูลภาพจากกล้อง CCTV ที่ติดอยู่ตามถนนสายหลักของกรุงเทพ ผมเองมีโอกาสทดลองใช้จริงแล้วในวันนี้ เพราะมีนัดไปกินข้าวแถวสุขุมวิทตอนห้าโมงเย็น ออกจากที่ทำงานก็เกือบสี่โมง การได้ข้อมูลที่ดีและทันทีทันใดสามารถช่วยในการวางแผนได้มากจริงๆครับ นึกขึ้นได้ถึงเรื่อง Fleet Management ที่ได้ไปดูจากงาน ESRI User Conference เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ถ้าได้นำข้อมูลจราจรมาใช้ในโปรแกรมด้วย ผมว่าการวางแผนและการวิเคราะห์เส้นทางน่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นแน่ๆ ข้อมูลจราจรก็มาจาก  ศูนย์บริการข้อมูลจราจรอัจฉริยะ http://traffic.thai.net/


_____วิธีใช้งานก็สามารถเข้าไปใช้งานได้จากทั้งหน้า web application และการใช้งานผ่านโปรแกรมที่ติดตั้งบนมือถือ Longdo Mobile (http://mobile.longdo.com/) โดยข้อมูลก็จะส่งมาทาง internet ผ่าน GPRS หรือ WIFI ซึ่งตัวโปรแกรมก็มีครอบคลุมทั้ง j2me ,Windows Mobile, Android และ iPhone

___แวะเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่

http://www.mm.co.th/20090815-longdo-traffic-longdo-mobile


World file

สิงหาคม 20, 2009

___นัก GIS สาย IT หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นกับ world file นัก จนทำให้หลายครั้งที่ copy ข้อมูล georeference image ไม่ว่าจะเป็น tiff หรือ jpeg ก็มักจะลืมนำ worldfile มาด้วยผลก็คือภาพที่ได้มาก็จะไม่มีค่าพิกัดภูมิศาสตร์ติดมาด้วย วันนี้เลยนำเรื่อง worldfile มาเขียนให้อ่านกัน

__world file จริงๆแล้วมันก็เป็น text ไฟล์ธรรมดาที่ใส่ค่าพารามิเตอร์ของสมการที่ใช้ในการบอกความสัมพันธ์ระหว่างพิกัดของภาพกับพิกัดภูมิศาสตร์โลก โดยถุกคิดค้น specification และนำมาโปรโมทโดย ESRI โดยปัจจุบันที่นิยมใช้กันมากเป็น .jgw และ .tfw สำหรับ tiff บางครั้งอาจจะเก็บข้อมูล SRS ไว้ใน header ไฟล์ทำให้ไม่มี worldfile แต่สำหรับ jpeg แล้วส่วนมากจะเก็บแยกในรูปแบบของ jgw

__ world file เก็บพารามิเตอร์ทัั้ง 6 ของ affine transformation ซึ่งโดยทั่วไปมี 6 บรรทัดแต่ละบรรทัดมีความหมายดังนี้ครับ

  • Line 1: A, ขนาดพิเซลทางแกน x คำนวณจาก map units/pixel
  • Line 2: D: ค่ามุมการหมุนตามแนวแกน y
  • Line 3: B: ค่ามุมการหมุนตามแนวแกน x
  • Line 4: E: , ขนาดพิเซลทางแกน y คำนวณจาก map units/pixel (ส่วนมากจะเป็น – เพราะ orginภาพจะอยู่ด้ายบนซ้าย)
  • Line 5: C: ค่าพิกัด X ตรงมุมบนซ้าย
  • Line 6: F: ค่าพิกัด Y ตรงมุมบนซ้าย

พอได้ค่า สปส.ครบ ก็จะคำนวณค่าพิกัดภูมิศาสตร์( x’,y’) ได้จากค่าพิกัดของภาพ จากสมการแบบ affine transformation

ตัวอย่าง wordfile ของ UTM

32.0
0.0
0.0
-32.0
691200.0
4576000.0

32.0

0.0

0.0

-32.0

691200.0

4576000.0

***ค่า rotation เป็น 0 ทั้งสองแกน

___รู้จัก world file มาระดับหนึ่งแล้ว สงสัยไหมครับว่ารู้แล้วเอาไปทำอะไรได้ คำตอบคือรู้แล้วจะได้ทราบถึงความสำคัญของมัน จะได้ไม่ลบทิ้ง ข้อสองคือรู้แล้วได้นำไปประยุกต์ใช้ จริงๆแล้วอยากเขียนในเชิงวิชาการนะครับ ไม่ได้อยากสอนให้ท่านไปนำข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้แบบผิดลิขสิทธิ เพราะการดึงภาพถ่ายดาวเทียม มาใช้โดยใช้วิธีคำนวณพิกัดแบบ affine มันอาจจะไม่แม่นยำนักเพราะเป็นการแปลงค่าพิกัดใน 2 แกนถ้าเป็นงาน photogram หรืองานรังวัดขั้นสูงจะใช้การแปลงค่าพิกัดแบบ 3 แกน จริงๆผมเขียนมานี้เพราะอยากสาธิตให้ดูว่าทำไม จึงมี extension ที่สามารถดึงข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม หรือแผนที่ google map หรือ Bing Map มาใช้ในโปรแกรม gis ได้ คำตอบคือเขาใช้เทคนิคแบบที่ได้กล่าวมาแหละครับ จึงต้องระวังให้มากในเรื่องของความถูกต้องเชิงตำแหน่ง ทดลองดูนะ

1. ทดลอง capture ภาพจาก Mapservice ผมใช้ free service ของ OSM ที่ http://www.openstreetmap.org/

1

2. อ่านค่าพิกัดบนซ้ายทั้ง x,y แล้วคำนวณค่า A และ E ได้ดังนี้ครับ

OSM ข้อมูล SRS ต้นแบบเป็น mercator ผมเลยไม่ใช้ rotation parameter ค่าพิกัดเป็น lat,lon

0.000021457672119140625

0

0

-0.000020843795361606353

100.5204176902771

13.745387990478582

3. save ค่า พารามิเตอร์ลง txt ตั้งชื่อว่า mymap.jgw

2

4. ทดลองใช้โปรแกรม desktop gis เช่น Qgis เปิดอ่านข้อมูล Georeference image ชื่อไฟล์ mymap.jpg+mymap.jgw

3

อ้างอิงมากจาก

http://en.wikipedia.org/wiki/World_file


PuzzleGIS = Java GIS

สิงหาคม 19, 2009

_____เวลาเป็นสิ่้งที่มีค่าจริงๆนะครับ ผมเองก็เพิ่งจะมาตระหนักว่าจริงๆเมื่อตอนที่ต้องนอนป่วยในโรงพยาบาล ต้องมองนอนดูเพดานห้องสีขาวไปวัน แล้วที่เราบ่นกันว่าไม่มีเวลาแท้จริงแล้ว ถ้าเราจัดระเบียบชีวิตและลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำให้ดี เวลาก็จะมีมากพอที่จะใช้ทำสิ่งที่เราต้องการได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้นผมจึงเลิกที่จะบอกใครต่อใครว่าไม่มีเวลา ผมเปรยกับพี่ท่านหนึ่งที่นับถือว่าอยากไปเรียน MBA อยากเรียนทางด้านบริหาร พี่คนนี้ก็ตอบมาดีเหลือเกินว่าอย่างเพิ่งเริ่มที่จะคิดบริหารอะไรเลย ลองเริ่มต้นบริหารเวลาของตัวเองให้ได้ก่อน เวลาที่เป็นต้นทุนสำคัญที่เรามีอยู่ในมือ บริหารให้ดีชีวิตก็จะประสบความสำเร็จได้เอง พี่แกว่าต่อหลังจากยกเอสเปรสโซ่แก้วใหญ่ขึ้นซด การบริหารเวลายากกว่าการบริหารเงิน เพราะการบริหารเงินวัดได้จากตัวเลขซึ่งเป็นคณิตศาสตร์ที่ตายตัว มีกำไรขาดทุนชัดเจน แต่เวลานั้นต่างกัน บางคนเป็นเศรษฐีพันล้านร่ำรวย ประสบผลสำเร็จทางธุรกิจ แต่ล้มเหลวในการบริหารเวลา เพราะไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ครอบครัวก็ต้องแตกแยกกันไป บางคนไม่ได้ร่ำรวย พอกินแต่มีความสุขก็เยอะแยะเพราะว่าเค้ารู้จักบริหารเวลา ผมชอบคิดว่าเวลาในเมืองกับในชนบทมันต่างกันแต่แท้จริงแล้ว เวลานั้นเท่ากันแต่วิธีการและมุมมองในการบริหารเวลาของคนสองที่แตกต่างกัน  จริงๆแล้วอยากเขียน blog ในเรื่องต่างๆหลายเรื่องเหลือเกิน ที่อยากเขียนเพราะว่าไม่อยากให้มันหายไปเรื่องบางเรื่องบันทึกไว้ เก็บไว่้ถ้าได้นำไปใช้ประโยชน์ก็น่าจะเป็นเรื่องดี แต่พอนึกไปนึกมาแล้วมันยังไม่ได้อารมณ์ มันไม่ตกตะกอนจริงๆ เลยต้องรอให้มันถึงเวลาของมันก่อนน่าจะดี ประกอบกับอยากใช้เวลากับหมาน้อยที่เลี้ยงไว้ นานแล้วที่เราไม่ได้ไปเดินเล่นด้วยกัน ผมกลัวว่าหมาหนุ่มจะมีปัญหา

_____วันนี้มีอีกหนึ่ง GIS Tool Framework มาแนะนำให้รู้จักครับชื่อ PuzzleGIS เป็น GIS Tools สำหรับ Java โดยทำงาน top บน NetBeans6 น่าจะถูกใจ programmer ชาว java ที่พัฒนา Application ด้วย NetBeans6 ผมไปเจอ PuzzleGIS เค้าโดยบังเอิญเนื่องจากมีเพื่อนที่เป็นโปรแกรมเมอร์ของบริษัทแห่งหนึ่งเค้าโทรมาถามถึง GIS Tools ค้นไปค้นมาก็ไปเจอ PuzzleGIS เค้าปัจจุบันอยู่ที่ 0.4 ข้อเด่นคือเป็นเป็น native java รองรับ Java Web Start และสามารถทำงานได้หลาย OS โดยโมดูลที่ทำงานทาง GIS ใช้งานผ่าน GeotoolKit ซึ่งเป็น opensource เช่นกัน ความสามารถและฟีเจอร์ทาง GIS ก็ไม่เบาครับมีเกือบครบแบบ GIS Desktop ทั่วไป ชื่อเสียงของ Geotoolkit ก็รับประกันได้อยู่แล้ว สนใจแวะไปดาวน์โหลดมาใช้งานได้ที่

http://puzzle-gis.codehaus.org/download.html

puzzle10


Bhuvan India 3D Mapservice

สิงหาคม 15, 2009

___สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวของการดำเนินโครงการให้บริการข้อมูลภูมิสารสนเทศ ผ่านทางระบบสานสนเทศผ่านเครือข่ายแบบ 3D Map Service ลักษณะเช่นเดียวกับ Google Earth 3D  แตกต่างกันโดยโครงการนี้ดำเนินการโดย Indian Space Research Organisation (ISRO) ซึ่งมีการบริการข้อมูลภูมิสารสนเทศ ทั้ง ข้อมูลพื้นฐาน, ข้อมูลภูมิประเทศ 3D และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม รายละเอียดปานกลางที่ดำเนินการโดย Indian Remote Sensing มีข้อมูลแบบหลายช่วงเวลาบริการ โครงการนี้คล้ายๆกับ digital thailand ของบ้านเราครับ เน้นที่การนำข้อมูลภูมิสารสนเทศไปใช้ต่อยอดทางด้านต่างๆ รวมไปถึวงการทำให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลภูมิสารสนเทสได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลก็จะมีการ update เรื่อยๆ มีระบบสืบค้นข้อมูลเชิงตำแหน่ง รวมไปถึงข้อมูลการขนส่งต่างๆ สนใจลองแวะชม vdo clip ได้จากด้านล่างครับ

อ้างอิงจาก

http://www.indianexpress.com/news/Launching-Bhuvan–ISRO-s-answer-to-Google-Earth–zoom-into-states–districts/501578


WebGIS

สิงหาคม 13, 2009

______เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสไปสอน WebGIS ให้กับทีมพัฒนาระบบแห่งหนึ่ง สนุกดีครับสิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือ ตอนนี้นักโปรแกรมเมอร์หรือเจ้าหน้าที่ IT มาทำงานด้าน GIS กันเยอะ แน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเค้า แต่ก็ไม่ได้ง่ายสักทีเดียวเพราะต้องมาเรียนรู้เรื่องการทำข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ยันถึงเรื่องของระบบพิกัดแผนที่ ผมเองก็ต้องตอบคำถามที่ว่าทำไมพิกัดประเทศไทยติดลบอยู่บ่อยๆ แต่ว่าถ้าพูดถึงเรื่องทาง IT ก็ไม่ต้องห่วงอธิบายไม่เยอะก็ไปโลด ผมเองก็สอนมาหลายครั้งเพิ่งจะพบนักเรียน จนแลคเชอร์ด้วย mind map ก็งานนี้เอง (ถุกใจให้ 10 คะแนนเลย) เสียดายไม่รู้ล่วงหน้าถ้ายังงั้นผมคงไม่นั่งทำเอกสารสอนซะยาว เขียนเป็น mind map กะ Flowchart ก็น่าจะดี

______ผมเองไม่อยากเก็บ slide ไว้เฉยๆเพราะมันจะเก่า เลยอยากนำมาเผยแพร่เพื่อว่าท่านใดสนใจหรืออยากนำเอาไปทดลองศึกษา slide เป็นการสอนการพัฒนาระบบ WebGIS ด้วยโปรแกรม UMN Mapserver แน่นอนว่าอาจจะไม่ละเอียดเท่า handon ที่สอน LAB แต่ก็อยากให้ได้ดู lacture เพื่อว่าจะใช้เป็น IDEA ในการเริ่มต้อนพัฒนา ผมเน้นไปที่ง่ายและเร็วครับ งานนี้จึงสอน config ตัว Mapserver ด้วย MS4W และใช้ PMapper 4.0 เป็น Web Application งานนี้มีคำถามแรกจากคนที่เรียนที่เป็นขาประจำ emap ว่าทำไมไม่สอน geoserver คำตอบคือถ้าให้ผมเลือกระหว่าง UMN Mapserver กับ Geoserver ผมก็ยังคงตอบได้ทันทีว่าผมเลือก MapServer คงไม่ใช้ว่าเพราะดีกว่ากันหรืออย่างไรอาจจะเป็นเพราะผมชอบที่ว่า Mapserver มันมี Mapscript ที่รองรับการทำระบบขั้นสูงด้วยภาษาอย่าง python แน่นอนว่าสำหรับผมมันเป็นอะไรที่ถนัดกว่า java อยู่แล้ว แต่บางงานผมก็ใช้ Geoserver ประมาณว่ารักพี่เสียดายน้องว่างั้น เข้าไปดาวน์โหลดและแวะชมได้ที่

http://www.slideshare.net/pkgis/webgis หรือ

http://emap.files.wordpress.com/2009/08/webmapping.pdf

999


MapInfo Professional Version 10.0()

สิงหาคม 12, 2009

___เมื่อเช้ามีโอกาสไปอ่านเจอ review ของโปรแกรม MapInfo Professional Version 10.0 ที่ directionsmag.com มาครับเลยอยากนำมาฝากเพื่อนๆพี่ๆที่ใช้งานโปรแกรม  MapInfo อ่าน review ที่เค้าเขียนก็น่าสนใจเลยทีเดียว ขออนุญาติสรุปแบบคราวๆนะครับ ผมต้องยอมรับว่าผมไม่ได้ใช้โปรแกรม Mapinfo มานานเป็นปีแล้ว เลยไม่ค่อยทราบรายละเอียดของโปรแกรมมากนัก

___MapInfo Professional 10.0 มีการปรับเปลี่ยน GUI ใหม่ เพื่อความสะดวกของผู้ใช้งาน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยน look ของ Layer Control Box ใหม่

___นอกจากนี้มีการพัฒนาฟีเจอร์รองรับ spatial database เช่น Microsoft SQL Server 2008 และ PostGIS databases รวมถึง Microsoft Office 2007 products (non-spatial) และมีการเพิ่มเครื่องมือใหม่ๆเช่น Proportional Overlay Tool รายละเอียดอื่นๆอ่านเพิ่มเติมที่ http://www.directionsmag.com/article.php?article_id=3240

อ้างอิงจาก

http://www.directionsmag.com


คู่มือ ArcGIS 9.3.1

สิงหาคม 12, 2009

___บ่อยครั้งที่หลายท่านเข้ามาปรึกษาเรื่องการเริ่มต้นเรียนรู้หรือใช้งาน GIS ผมมักแนะนำหนังสือของอาจารย์สุเพชร จิระขจรกุล ให้ไปเริ่มศึกษา รวมไปถึงการเข้าอบรมกับอาจารย์ เพราะนอกจากจะอ่านง่ายแล้วยังทำให้มองเห็นภาพรวมของระบบ ตลอดจนขั้นตอนการทำงานของระบบทั้งหมด ผมเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ตี๋แห่งทุ่งรังสิตมาแล้ว

___วันนี้ผมก็ไมพลาดที่จะมาแนะนำหนังสือเล่มใหม่ของท่านอาจารย์ รศ.สุเพชร จิระขจรกุล ซึ่งเป็นหนังสือภาษาไทยที่เขียนเกี่ยวกับ GIS ทั้งทฤษฏีและการปฏิบัติจริง ในส่วนของภาคปฏิบัติทั้งเรื่องการ จัดทำข้อมูล การวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล สอนโดยใช้โปรแกรม ARCGIS 9.3.1 ผมเองก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของหนังสือ อาจารย์สุเพชร  มาทุกเล่ม แน่นอนว่าเล่มนี้ก็คงไม่พลาดเช่นกัน หนังสือคู่มือเล่มนี้ชื่อว่า “เรียนรู้ระบบภูมิสารสนเทศด้วยโปรแกรม ArcGIS Desktop 9.3.1″ พิมพ์สีจำนวน 936 หน้า ราคา 395 บาท ซึ่งกำลังจะวางขายตามร้านหนังสือทั้วไปครับ แต่แน่นอนว่าในงาน TUC 2009 ที่จะมาถึงนี้ย่อมมีวางขาย ที่สำคัญเสน่ห์ของการซื้อหนังสือในงาน อาจจะได้ลายเซ็นต์แหล่มๆจากมือผู้เขียนเองก็ได้ ท่านที่สนใจแวะไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่

http://www.gis2me.com/th/2009/08/01/คู่มือ-arcgis-931-รอวางตลาดแล้ว/


GeoServer 1.7.6 Released

สิงหาคม 12, 2009

___ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปนานไม่มีเวลา update blog ตัวเองเลยจริงๆ วันนี้พอว่างก็เลยหาที่เงียบๆเขียน blog ซะหน่อย การเขียน blog แรกผมก็ทำสนุกๆเป็นงานอดิเรก แต่ตอนนี้กลายเป็นเสพติดการเขียนไปซะแล้ว ถ้าไม่ได้เขียนก็อาจจะลงแดงได้ คงคลายๆกับการที่เรารับข้อมูลใหม่ๆเข้ามาแล้วไม่ได้ระบายออก งานของผมส่วนหนึ่งคือการต้องอ่านข่าวหรืออ่านบทความที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในงานพัฒนาระบบ แน่นอนว่าถ้าไม่เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็คงไม่มีอะไรไปพัฒนาต่อยอดให้กับงานที่ทำ ถึงแม้การเขียน blog จะเป็นงานอดิเรกแต่ถ้ามีใครมาจ้างผมให้เขียน blog อย่างเดียวจนเป็นงานประจำผมก็อยากทำนะครับ เพราะว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวเหมือนงานที่ทำทุกวันนี้

___Geoserver ซอฟต์แวร์ opensource ตัวเก่งได้ออก 1.7.6 released version มาแล้วโดยเวอร์ชั่นนี้เป็นการแก้ไขและปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆในซีรีย์ 1.7 ก่อนที่จะทำการ upgrade ไปสู่ 2.0 โดย Geoserver 1.7.6 มีการปรับปรุง code ในส่วนของฟีเจอร์การ export ข้อมูล shapefile และในส่วนการทำงานกับ Oracle ในส่วน Oracle datastore รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับข้อมูล attribute data (non-spatial table) ของ ArcSDE datastore นอกจากนี้ Geoserver ยังเพิ่มความสามารถในการส่งออกข้อมูลในรูปแบบ KML3D แต่ตอนนี้เสร็จในส่วนของ Line3D ท่านที่สนใจดาวน์โหลดโปรแกรม geoserver ได้ที่ http://geoserver.org/display/GEOS/Stable

___สำหรับท่านที่ยังไม่เคยใช้ Geoserver สามารถเข้าไปดาวน์โหลดคู่มือการใช้งานภาษาไทยได้ที่

http://www.slideshare.net/pkgis/geoserver-85

pag40-1