Open Journals in Geospatial technologies

มกราคม 30, 2009

            คุณอ่าน Journals บ่อยแค่ไหน?.. ผมเคยเจอคำถามนี้มาแล้ว ไม่รู้ว่าคนถามต้องการอะไร แต่สิ่งหนึ่งมันก็ทำให้ผมรู้สึกว่า ตัวเราละเลยการเรียนรู้อะไรใหม่ๆไปหรือเปล่า

           การที่เราทำงานอย่างเดียวทุกวันทุกคืนอาจจะไม่พอสำหรับการพัฒนาทักษะด้านการทำงาน ยิ่งสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ ตัวเลขการปลดพนักงานก็มีให้เห็นทุกวัน หลายคนอาจจะคิดว่าไกลตัวแต่ก็ไม่แน่นะครับ เพราะถ้าเคราะห์หามยามซวยมาถึงอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเตรียมตัวรับกับสภาวะเช่นนี้ก็น่าจเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย โดยเฉพาะการสร้างภาพให้เจ้านายเห็นว่าเรามีคุณค่าหรือมีความสามารถสมควรที่จะอยู่ทำประโยชน์ให้กับองค์กร การมั่นหาความรู้ใส่ตัวเยอะๆก็น่าจะดีไม่ใช่เฉพาะตัวเราอย่างเดียวแต่จะดีต่อองค์กรด้วย ถ้าองค์มีคนเก่งเยอะๆก็มีงานเยอะ ทำกำไรได้เยอะ โบนัสก็เยอะตามไปด้วย

           การทำงานในสาขาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสิ่งหนึ่งที่ต้องทำใจคือ เทคโนโยโลยีมีการพัฒนาไปทุกวัน ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน เช่น แต่ก่อนก็ใช้ GIS หาทำ landslide Area เดี่ยวนี้ก็ใช้อยู่แต่เทคนิคหรือฟังก์ชั่นในซอฟต์แวร์ก็ล้ำหน้าขึ้นไป พัฒนามากขึ้น เร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น เช่นการใช้ ANN ( Artificial Neural Networks ) Model  การหาความรู้เพิ่มเติมก็มีส่วนทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น วันนี้ผมไปเจอ free online journals หลายแห่งเลยนำมาฝากกัน คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับหลายท่าน ทั้งที่เป็นนักศึกษาและท่านที่ทำงานด้าน GIS Technical 

 

  • ACME Journal for Critical Geographies
  • Applied GIS
  • Coordinates
  • ePerimetron
  • Forum Geografic
  • Hrcak: Portal of scientific journals of Croatia
  • International Journal of Health Geographics
  • International Journal of Navigation and Observation
  • Journal of Applied Sciences
  • Journal of Maps
  • Kotuitui: New Zealand Journal of Social Sciences Online
  • Shima: : the International Journal of Research into Island Cultures
  • Solstice: An Electronic Journal of Geography and Mathematics
  • URISA Journal
  •  

                  สำหรับตัวผมชอบเข้าไปอ่าน Applied GIS มากที่สุดเพราะงานส่วนมากมักจะหนีไม่พ้นการต้องคิดหรือออกแบบระบบ GIS เพื่อนำไปใช้ในงานสารสนเทศด้านต่างๆ แล้ววันนี้คุณอ่าน Journal แล้วหรือยัง :D

     

    อ้างอิงจาก

    http://veryspatial.com/2009/01/open-journals-in-geography-and-geospatial-technologies/


    Real-Time GIS

    มกราคม 27, 2009

                 เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไป present paper ในงาน Gistda Conference มา ชื่อเรื่องยาวที่หลายคนบอกฟังไม่รู้เรื่องหลังจาก present ผมได้คุยกับหลายท่านที่ทำงานเรื่องนี้ สนุกดีที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดใหม่ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเองก็อยากทำมาตั้งแต่สมัยเรียนป.โท แล้วแต่เอาเข้าจริงๆก็เพิ่งที่จะเริ่มมาได้ทำก็ตอนนี้

                จริงๆแล้วอยากนำเรื่องที่ตัวเองทำมา present ใหม่เรียบเรียงให้เข้าใจง่าย ปัจจุบันการนำ GIS ไปใช้ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติก็เป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคาดก็คือเรื่องของข้อมูลที่นำมาใช้รันแบบจำลองทางคณิตศาสตร์หรือ scenario มักเป็นข้อมูลทเก่าที่มีการสำรวจไว้ก่อนหน้า หรือเป็นข้อมูลที่เก็บเป็นรายปี รายเดือน ซึ่งบางโมเดลนั้นอาจจะไม่เพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น เรื่องดินถล่ม ถ้าเราได้ข้อมูลปริมาณน้ำฝน, ข้อมูลความชื้นในดิน, ข้อมูลสิ่งปกคลุมดิน ณ เวลาวิกฤติที่กำลังเฝ้าระวัง ก็น่าจะทำให้แบบจำลองคณิตศาสตร์ที่จะพยากรณ์พื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มน่าจะแม่นยำขึ้น

                งานวิจัยที่ผมทำก็คือการดึงข้อมูลจาก sensor ทั้งแบบ in-situ sensor และแบบ satellite sensor ที่ตรวจวัดข้อมูลแบบ real-time เข้ามายังระบบโดยใช้เทคโนโลยีของ webservice ทำให้สามารถเชื่อมโยงเครือข่าย sensor ชนิดต่างๆเข้ามาทำงานร่วมกันในระบบเดียวกันได้ ข้อมูล observation ที่ได้ถูกส่งมาประมวลผลบนแม่ข่ายแบบ online ผ่านโปรโตคอลที่เรียกว่า Web Processing Service(WPS) ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเข้ามาอยู่ในรูปแบบข้อมูล GIS ตัวอย่างเช่น การส่งข้อมูลความชื้นในดิน ณ เวลาปัจจุบันมาทำการ interpolate เพื่อสร้าง Grid ที่เก็บข้อมูลความชื้นในดินบริเวณที่สนใจ หรือจะเข้าไปดึงข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมประเภท daily เช่น Modis มาใช้เป็นค่าพารามิเตอร์ก็ได้  สุดท้ายก็ทำการประมวลผลข้อมูลทั้งหมดด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์แบบ online เพื่อหาผลลัพธ์ที่ต้องการ แนวคิดก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรครับเพียงแต่เป็นการนำเอาเรื่องของ Sensor Web Enablement(บางส่วน) + Geospatial Web Service + Web Processing Service เพื่อไปสู่ปลายทางที่เค้าเรียกกันอย่างสวยหรูว่า GeoDSS  เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นผมมีตัวอย่างระบบที่ทำนำมาให้ดูคับ

    1-copy

    ภาพระบบ Sensor ที่พัฒนาขึ้น

    2-copy

    แสดงการเรียกข้อมูลรายวันจาก Sensor ประเภท Satellite เข้ามายังในระบบผ่าน WMS-TIME

    4-copy

    ภาพแสดงการเรียกดูข้อมูลจากตัวตรวจวัด (Sensor)

    5-copy

    ภาพแสดงการประมวลผลแบบ Buffer บนข้อมูลตำแหน่งจากตัวตรวจวัด

    7-copy

    ภาพการนำข้อมูล Real-time จาก Sensor มาทำการ interpolate แบบ online

    9-copy

    ภาพแสดงนำข้อมูลจาก Sensor มาวิเคราะห์ใน Drought Risk Assessment Model ด้วยวิธี Matrix Overlay Analysis แบบ online

    10-copy

    ภาพแสดงการผสานระบบ Sensor web Service กับข้อมูลภูมิสารสนเทศจาก Google Map Service

    11-copy

    ภาพแสดงการเรียกดูข้อมูลสภาพภูมิประทศสามมิติร่วมกับข้อมูลจาก Sensor บนด้วย Google Earth API

               ในต่างประเทศเรื่องโลกร้อนและภัยพิบัติกำลังเป็นประเด็นใหญ่ครับ ดังนั้นงานวิจัยประเภทนี้ค่อนข้างมีมาก โดยเฉพาะหลายๆกลุ่มเช่น OGC, ISPRS หรือ GEOSS ดังนั้นการทำงานแนวนี้คงจะไม่เหงาและมีเพื่อนร่วมเดินทางมากมายแน่นอน


    GML Book

    มกราคม 24, 2009

             กล่าวถึง GML อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักกันอย่างแพร่หลายหนัก แต่จริงๆแล้ว GML ถูกใช้และพัฒนามาหลายปีแล้ว โดย GML ใช้เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล GIS โดยไม่ขึ้นกับฟอร์แมทเฉพาะของซอฟท์แวร์ GIS เช่น tab,shp,dgn โดยลดการศูนย์เสียเนื่องจากการแปลงข้อมูลไปยังรูปแบบต่างๆได้ ส่วนการแสดงผล GML ก็สามารถแสดงผลข้อมูลได้ด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลของ XML เช่น SVG

            GML เป็นหนึ่งในมาตรฐานการจัดเก็บข้อมูล GIS ของ ISO และ OGC โดยมีความสามารถครอบคลุมการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น Topology, Time, 3D และ Metadata ซึ่งเชื่อมต่อกับโปรโตคอลในการบริการข้อมูลฟีเจอร์ เช่น Web Feature Service (WFS) แต่การใช้งานปัจจุบันส่วนมากเรามักใช้งานเพียงแค่ในด้านการแสดงผลข้อมูล GIS ประเภท Featrue ผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งในความเป็นจริงก็มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของเอกสารข้อมูล GML ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการประมวลผลนาน OGC ก็มีการอภิปรายในเรื่องของประสิทธิภาพและข้อจำกัดในเรื่องนี้ จนเมื่อปีที่แล้วก็มีการเพิ่ม KML เข้าไปเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของโปรโตคอลประเภท Data encoding เพิ่มใช้ในการแสดงผลและเผยแพร่ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต โดย KML เองมีการออกแบบคลาสและฟีเจอร์ในการจัดการเรื่องการแสดงผลไว้อยู่ โดย GML สามารถแปลงให้อยู่ในรูปแบบ KML ได้ผ่าน xslt ซึ่งทำให้สามารถลดรายละเอียดข้อข้อมูลบางส่วนที่ไม่ได้ใช้ในการแสดงผล หรือสามารถทำการ normalization  ข้อมูลได้อีกด้วย

            จริงๆแล้ว GML เป็นที่นิยมมากและเป็นฟอร์แมทสามัญในหลายประเทศครับ โดยดูได้จากซอฟท์แวร์ GIS รุ่นใหม่ต่างรองรับการแสดงผลข้อมูล GML3 เพื่อตอกย้ำความชัดเจนของการเป็นมาตรฐานสากลของ GML ผมมีหนังสือ GML มาแนะนำ เล่มนี้เป็นงานเขียนของ Ron Lake และ David Burggraf ที่สรุปรายละเอียดและฟีเจอร์ของ GML ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุมหลายเรื่องเช่น features, coordinate reference systems และอื่นๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่

     http://www.amazon.com/dp/0470871547?tag=winwaed-20&camp=14573&creative=327641&linkCode=as1&creativeASIN=0470871547&adid=09JP69XXQNPJZCD48JQ2&

     


    ESRI Javascript Starter Kit

    มกราคม 24, 2009

             ว่าจะลดการเขียนถึง product ตัวนี้ลงเพราะช่วงนี้ผมโดนแซวบ่อยว่าขายโฆษณา แต่มันก็อดไม่ได้คับเพราะของเค้าแรงจริงๆ ล่าสุดในงาน GISTDA Conference ผมก็ได้ไปดูรายละเอียดของ Arcgis Server 9.3 ของบูต ESRI มา น่าสนใจทีเดียวคับ โดยเฉพาะเรื่อง Arcgis Server  API กับ Flex ในเวอร์ชั่นนี้ผมชอบทั้งในเรื่องของ Server และ Client เลย

            ใช่ว่าจะมาไก่กาเขียนถึงอย่างเดียวแต่วันนี้ผมมีของดีอีกตัวมาฝากก็คือ Javascript Starter kit ที่เปิดให้ดาวน์โหลดมาใช้เป็นตัวเริ่มต้นในการพัฒนา ต้องขอบคุณทีม ESRI Canada โดยคุณ Simon Biickert, Chris Macleod and Rachel O’Neil ตัวนี้พัฒนาบน ArcGIS Server REST API ร่วมกับ Json และ ASP.NET  สำหรับ javascript นั้นเป็น DOJO ในไฟล์ที่ดาวน์โหลดมีคู่มือการพัฒนามาให้ค่อนข้างละเอียดดี โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://resources.esri.com/arcgisserver/apis/javascript/arcgis/index.cfm?fa=codeGalleryDetails&scriptID=15987 ถึงแม้อาจจะไม่สะดวกเหมือน ADF แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี application ตัวนี้แสดงผลข้อมูลภาพรายละเอียดสูงได้เร็วดี เพราะใช้เทคนิค tile-cache ที่สำคัญ render ได้เนียนมากเหมือน flash เลยครับ

     

    4

     


    การประชุมวิชาการ เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศแห่งชาติ

    มกราคม 17, 2009

                   ประชาสัมพันธ์งาน การประชุมวิชาการ เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศแห่งชาติ  ปีนี้จัดภายใต้แนวคิด รับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ งานจัดขึ้นในวันที่ ระหว่างวันที่ 21 – 23 มกราคม พ.ศ.2552 ณ อิมแพ็ค คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เมืองทองธานี ภายในงานก็จะมีทั้งการแสดงเทคโนโลยี Geoinfomatic จากหน่วยงานต่างๆ และมีการนำเสนอบทความและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยท่านสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมการนำเสนอบทความและงานวิจัยได้ที่ http://mapgeo.gistda.or.th/download/paper_mg2008.rar  

                  ผมเองก็ไปร่วมงานนี้เช่นกัน โดยไปนำเสนอ poster ที่บูตของจุฬาลงกรณ์และนำเสนอบทความหนึ่งเรื่อง นอกจากนี้เป้าหมายที่ไปร่วมงานนี้ก็คงเป็นการได้ไปพบปะหรือเจอพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ในวงการสายอาชีพเดียวกัน ที่นานๆทีจะมีโอกาสได้พบโดยเฉพาะท่านที่อยู่ต่างจังหวัด สำหรับท่านที่ทำงานในด้านนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากนัก เพราะผมเชื่อว่าหลายท่านน่าจะเคยได้เข้าวมงานนี้ เคยมีเรื่องตลกที่พูดกันว่าจะรู้ได้ว่าทำงานด้านนี้มานานแค่ไหนให้ลองนับจากจำนวนครั้งที่เข้าร่วมงาน GISTDA Conference ผมเองตั้งแต่เริ่มเรียนเลยก็พบว่ามีงาน GISTDA Conference จัดมาทุกปี ส่วนท่านที่เป็นมือใหม่อยากจะหา IDEA ในการนำ GIS ไปใช้ในธุรกิจหรืองานสารสนเทศขององค์กรท่าน ผมคิดว่างานนี้น่าจะมี idea หรือ solution ให้ท่านได้ชมกัน สามารถอ่านรายละเอียดของงานได้ที่ http://mapgeo.gistda.or.th/ 

     

    3


    New Garmin eTrex GPS Receivers

    มกราคม 17, 2009

            Garmin เริ่มเปิดตัว GPS Handheld รุ่นใหม่คือ eTrex Legend H และ the eTrex Vista H ทั้งสองเป็น GPS จากตระกูล etrex ที่เป็นที่นิยมของผู้ใช้ โดยเป็น GPS ที่อยู่ในกลุ่มราคาไม่แพง (low cost handheld) ปัจจุบันหลายท่านก็มีไว้ใช้ในงานสำรวจข้อมูล และนำทาง หรือใช้เป็นอุปกรณ์เสริมในกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การขี่จักรยาน, การเดินป่า เป็นต้น

            ผมเองไม่แน่ใจว่ารุ่นนี้มีการเปิดตัวที่เมืองไทยแล้วหรือยัง แต่ที่ได้ข่าวมาเพราะเข้าไปอ่านเจอใน directionsmag ซึ่งได้ทำการเรียบเรียงรายละเอียดฟีเจอร์และราคาของ eTrex Legend H และ the eTrex Vista H ผมขอสรุปประเด็นหลักๆเพื่อเรียกน้ำย่อยให้ฟังแล้วกันนะครับ สองรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับความสามารถในด้านความไวในการรับสัญญาณจากด่าวเทียม และเพิ่มในเรื่องของความเร็วในการถ่ายข้อมูลจาก GPS ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านทาง USB Interface เรียวว่าสะดวกกว่าการใช้สายแบบเดิมที่มักจะมีปัญหากับเครื่องโน๊ตบุคที่ไม่มี port สำหรับถ่ายข้อมูล สำหรับ memory ภายในก็มีมาให้ประมาณ 24 Mbซึ่งเพียงพอต่อการเก็บข้อมูลจาก GPS และการเก็บข้อมูลแผนที่ระดับ Global ส่วนเรื่องฟีเจอร์ที่เพิ่มมาเห็นชัดๆคงเป็นการโปรโมทว่ารองรับ  WAAS (Wide Area Augmentation System) ซึ่งการได้ค่าปรับแก้จาก WAAS จะช่วยทำให้ ความถูกต้องทางตำแหน่งดีขึ้นมาก( <3 เมตร) แต่เมืองไทยก็ยังแห้วอยู่เพราะในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถรับ WAAS ได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถรองรับ MSAS ของญี่ปุ่นได้หรือไม่ สำหรับท่านที่อยากเรียนรู้เรื่อง WAAS สามารถไปอ่านได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/WAAS  (GPSนี่มีเรื่องให้ศึกษาอีกเยอะครับ ไม่ใช่แค่กดๆอย่างเดียวเหมือนที่บางคนเข้าใจ)

     

     

           สนนราคาไม่แพงมากนักครับ eTrex Legend H ประมาณ $149.99, และ eTrex Vista H ประมาณ $199.99. ราคานี้เป็นราคาต่างประเทศนะครับ เข้ามาขายในเมืองไทยอาจจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย ท่านที่สนใจเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ https://buy.garmin.com/shop/shop.do?cID=145&pID=30122

     

    อ้างอิงจาก

    http://www.directionsmag.com/press.releases/?duty=Show&id=27795&trv=1


    GDAL/OGR 1.6.0 Released

    มกราคม 13, 2009

               ปลายปีที่ผ่านมามีการปรับปรุงและปล่อยซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ๆออกมาหลายตัวเลยครับ วันนี้นำไลบารีตัวเก่งที่เป็นพื้นฐานในโปรแกรม GIS และ Remote Sensing หลายยี่ห้อมาแนะนำ ซอฟต์แวร์ที่ว่าคือ  GDAL/OGR         

              GDAL/OGR ออกเวอร์ชั่นใหม่ 1.6.0   มาให้ได้ใช้งานกัน ประสิทธฺภาพยังแรงเหมือนเดิมแต่มีการปรับแก้ bug ในส่วนของไลบารีต่างๆ ผมเองก็ใช้ GDAL และ OGR มาตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกๆ ทำงานได้สารพัดประโยชน์จริงๆ สำหรับในเวอร์ชั่นนี้สิ่งที่มาใหม่โดนใจผมก็คงเป็นในเรื่องของ Oracle GeoRaster Driver เรียกว่ารองรับรูปแบบการจัดการโครงสร้างของ Raster Database ทำให้ง่ายในการเขียนโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อกับข้อมูลในรูปแบบนี้ ,reading and warping with RPC (Rational Polynomial Coefficients)อันนี้ก็สำคัญเมื่อก่อนจะทำในส่วนของ RPC ในภาพถ่ายดาวเทียมต้องปวดหัวมาก เดี่ยวนี้สามารถใช้ผ่าน GDAL API ได้เลย และสุดท้ายที่เพิ่มขึ้นมาพอดิบพอดีกับเวลาคงเป็น raster to vector (polygon) ผมอยากลองทำ Processing Service กับ ข้อมูล Raster พอดี คิดว่าน่าจะได้ใช้ฟังก์ชั่นนี้ในการทำ Online Classification Map ตั้งใจว่าจะใช้ Python ในการเข้าถึงข้อมูล Raster และก็ทำการประมวลผลข้อมูลโดยใช้ค่า digital number ของภาพถ่ายดาวเทียมมาเป็นตัว classify ประเภทของฟีเจอร์ ถ้าสำเร็จหรือว่าคืบหน้าอย่างไรจะมา update ให้ฟังอีกทีคับ สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่ http://download.osgeo.org/gdal/win32/1.6/

          แน่นอนว่าเมื่อ GDAL/OGR ขยับโปรเจคลูกพี่ลูกน้องอย่าง FWTOOLS ก็มีการ update เวอร์ชั่นตามเช่นกันครับ ปัจจุบันเวอร์ชั่น fWTOOLS เปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่น 2.30 มาใช้งานได้แล้วซึ่งท่านที่ต้องการใช้งาน GDAL/OGR ผ่าน Command ของ Windows ก็สามารถไปดาวน์โหลด FWTOOLS มาใช้งานได้ที่ http://fwtools.maptools.org/ 


    Second Earth

    มกราคม 10, 2009

               เคยรู้สึกเบื่อหน่ายกับโลกที่เป็นอยู่ปัจจุบันไหมครับ? แน่นอนว่าทุกคนย่อมมีช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาที่อยากจะหลบหรือหนีไปจากโลกที่เราอยู่ในปัจจุบัน หนีไปใช้ชีวิตใหม่ที่ดีกว่า แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ทำให้เกิดโปรเจคอย่าง secondlife (Second Life )โลกจำลองเสมือนจริงบนอินเตอร์เน็ต โลกที่คนไม่หล่อจะสามารถกลายเป็นอีกคนที่หน้าดี หรือคนที่ธรรมดาจะกลายเป็นคนพิเศษ

               ผมเองคงไม่ไปโปรโมทหรือบรรยายอะไรเกี่ยวกับ Second Life ให้มากนก แต่สิ่งหนึ่งที่อยากนำมาเสนอก็คือแนวคิดของการนำความสามารถในการแสดงผล 3D ทั้งข้อมูลภูมิประเทศแบบเสมือนจริง 3 มิติและการแสดงผลข้อมูลสิ่งปลูกสร้าง อาคารในรูปแบบโมเดลสามมิติของ google earth มาผนวกเข้ากับ Second Life  ทำให้ตัวละครในโลกเสมือนจริงออกมาท่องเที่ยวและโลดแล่นไปบนสถานที่จริงบนโลกนี้ได้ เช่นการพาแฟนสาวบินลัดฟ้าไปออกเดตที่ปารีส เป็นต้น

              ปัจจุบันการผนวกเอาเทคโนโลยีด้านภูมิสารสนเทศกับโลกจำลองเสมือนจริงก็มีการทำให้เราเห็นมาขึ้นแล้ว ตัวอย่าง second earth ก็เป็นอีกแนวทางที่มีการผนวกรวมเอาเทคโนโลยีเข้ากับเกมส์ และใช้เทคโนโลยีอินเตอร์ รวมถึง social network ในการสร้าง application มาสนองต่อความต้องการของคนในโลกไซเบอร์นี้ อ่านรายละเอียดบทความเพิ่มเติมที่ http://www.technologyreview.com/printer_friendly_article.aspx?id=18911 


    Free Landsat by USGS

    มกราคม 10, 2009

            เดือนธันวาคมที่ผ่าน เป็นปีที่ดาวเทียม Landsat ครบรอบ 35 ปีของการทำงาน หลายๆท่านที่เป็นนัก GIS และ Remote Sensing น่าจะรู้จักดาวเทียม landsat เป็นอย่างดี โดยผมเองมีโอกาสได้ใช้ดาวมเทียม Landsat ในการวิเคราะห์และประมวลผลหลายอย่าง จำได้ว่าเมื่อก่อนจะนำมาใช้ได้ต้องจัดหาจัดซื้อกันในราคาหลายบาททีเดียว แต่เมื่อสามปีที่แล้วก็มีโปรเจคของ GLCF ที่แจกข้อมูล Landsat5 และ 7 ฟรีที่รายละเอียดจุดภาพ 30 เมตรและมี panchromatic มาให้ด้วย ซึ่งนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของแจกและเผยแพร่ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมฟรีผ่านอินเตอร์เน็ต

            มาถึงช่วงปี 2008 ทาง USGS ของประเทศอเมริกาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลภาพถ่ายด่าวเทียม Landsat แบบยก archive (125,000 ซีน)และไม่ใช้แจกแบบส่งเดช แต่เป็นการใจกว้างแจกของดีที่พี่กันเคลมว่าเมฆน้อยกว่า 20 % และมีการ process แบบ Level 1T (precision and terrain corrected) ซึ่งทาง USGS แจกข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน(บางซีนมีข้อมูลล่าสุดถึง 2009 ด้วยครับ) แต่จากที่ผมลองเข้าไป check ดูพบว่าในประเทศไทยแบบครอบคลุมทุกพื้นที่ก็มีข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดถึงปี 2008 ซึ่งจัดว่าค่อนข้างใหม่ถ้าเทียบกับของ GLCF  ที่สำคัญทุกซีนมี Metadata ให้ครบถ้วน ผมเอา timeline คราวๆมาให้ดู

    Landsat 7 – all new global acquisitions – July 2008
    Landsat 7 – all data – September 2008
    Landsat 5 – all TM data – December 2008
    Landsat 4 – all TM data – January 2009
    Landsat 1-5 – all MSS data – January 2009

          นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบางส่วนของ Aster(VNIR และ TIR) และ Modis (Aquac และ Terra)ท่านที่สนใจก็สามารถเข้าไปด่วน์โหลดมาใช้งานได้ที่ http://glovis.usgs.gov/ 

    1

     

    อ้างอิงจาก

    http://landsat.usgs.gov/mission_headlines2009.php

    http://landsat.usgs.gov/products_data_at_no_charge.php


    Angkor Wat 3D Model

    มกราคม 4, 2009

           วันนี้ผมนำโปรเจคหนึ่งที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงทางด้าน Geoinfomatic ในงานอนุรักษ์โบราณสถาน ในรูปแบบการสร้างแบบจำลอง 3D เสมือนจริง โดยใช้ photogrammetry และ terrestrial laser scanning มากแนะนำครับ โปรเจคนี้ทำการสร้างแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อการบูรณะที่นครวัต ประเทศกัมพูชา ผู้วิจัยก็ใช้การสร้างแบบจำลองเบื้องต้นจากการรังวัดสามมิติจากภาพถ่ายรายละเอียดสูง

     

     

             จากนั้นใช้  terrestrial laser scanning  ในการ scan อาคารและสิ่งปลูกสร้างโบราณสถานต่างๆ แน่นอนว่าข้อมูลที่ได้ย่อมมหาศาลและใช้เวลาในการประมวลผลที่มาก เพื่อให้ได้แบบจำลองของปราสาทและอาคารที่เหมือนจริง จากนั้นก็ใช้ กล้อง SLR ทำการถ่ายภาพทำ terrestrial photogrammetry เพื่อสร้าง texture สำหรับนำมาประกอบเข้ากับ solid model ที่ได้จาก laser scan  สุดท้ายก็ออกมาเป็นแบบจำลอง 3D เสมือนจริงดังภาพครับ

     

          ชมตัวอย่าง 3D Model และpoint cloud ผลลัพธ์จากการ scan ได้ที่ http://archive.cyark.org/angkor-gallery-3D และภาพจากการทำ photogrametry ได้ที่ http://www.photogrammetry.ethz.ch/research/angkor3D/3Dimages.html


    Route Me : Iphone Map

    มกราคม 4, 2009

           ช่วงนี้ผมเองอาจจะห่างหายจากการ update blog ไปบ้างเนื่องจากติดภาระกิจงานประจำที่ค่อนข้างยุ่ง ประกอบกับยังมีเรื่องเรียนมาให้ปวดหัวอีก ข้อดีของการเขียน blog อย่างหนึ่งคือการมีเพื่อนมากขึ้น ทำให้ได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานในสายอาชีพเดียวกันได้แลกเปลี่ยนข่าวคราวประสบการณ์และความรู้ ช่องทางหนึ่งที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ก็คือ MSN ผมเองอาจจะไม่ค่อยได้ online เท่าไหร่แต่ถ้า online ก็สามารถเข้ามาทักทายกันได้เสมอครับ

          topic นี้ขอเขียนถึง iphone ซะหน่อยหลังจากที่เมื่อวันเสาร์แวะไปชมตัวครื่องที่ร้านมา ผมเองไม่ใช่สาวกแมคเลยไม่คลั่งไคล้นักแต่เพื่อนผมส่วนมาก เตรียมจะถอย iphone มาเป็นของขวัญในปีใหม่กันแล้ว จะว่าไปแล้วสิ่งหนึ่งที่ผมชอบที่สุดใน iphone คงจะเป็นที่การออกแบบ UI ซึ่งค่ายนี้ทำมาได้ดีจริงๆครับ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน iphone คงจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ใครๆก็มีไว้ใช้งาน ดังนั้นวันนี้จึงนำ opensource project หนึ่งที่ผมแอบติดตามอย่างเงียบๆมาแนะนำ

           Route Me เป็น opensource ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นด้วย objective-c ทำงานบน iPhone โดยสามารถแสดงผลและเรียกดูข้อมูลแผนที่บน iphone ได้ จริงๆแล้ว iphone มีความสามารถด้านนี้อยู่แล้วโดยใช้ฟีเจอร์จาก Google Map แต่ Route Me ได้มีการเพิ่มข้อมูลแผนที่และถนนจากแหล่งข้อมูลอื่นๆคือ OpenStreetMap Microsoft VirtualEarth and CloudMade จุดเด่นอีกประการคือการควบคุมการแสดงผลแผนที่แบบ iphone ทั้งรูปแบบการเลื่อนและการขยาย ที่สำคัญการที่ application สามารถใช้ข้อมูลแผนที่จาก OSM ได้ทำให้เราสามารถสร้างและเพิ่มข้อมูลแผนที่ได้ทุกที่ทั่วโลก ท่านที่สนใจสามารถด่าน์โหลดซอสโค้ดและโปรแกรมมาใช้งานได้ที่ http://code.google.com/p/route-me/